าก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ถูกทั้งหมดใช่หรือไม่?”
ฉู่ฉีเหยียนตกใจอยู่เล็กน้อย จากนั้นจึงหัวเราะในลำคอ กล่าวกลับไป “รู้ตั้งแต่ตอนไหน?”
“เมื่อคืนวานคนที่เข้าพิธีคำนับฟ้าดินกับซูหว่านไม่ใช่ทั่วป๋าไหวอันแน่ๆ แต่ว่าเวลาที่เขาเตรียมจะออกจากเมืองก็ไม่ใช่เมื่อวานเช่นกัน!” ฉู่สวินหยางกล่าว “เมื่อครู่ตอนที่อยู่ในห้องทรงอักษร ข้ามาคิดดูดีๆ แล้ว ไม่กี่วันมานี้ล้วนแต่พูดว่าจวนขององค์ชายห้าวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมพิธีแต่งงาน ทั้งยังมีบางคนพูดว่าพบทั่วป๋าไหวอันออกจากเมืองไปปรากฏตัวที่ร้านหยกและร้านอัญมณีใหญ่เพื่อเลือกซื้อของด้วยตนเอง ทว่าในจวนของเขากลับปิดประตูไม่รับแขกมาตลอด ผู้ที่ได้ติดต่อกับเขาจริงๆ แม้แต่อำมาตย์ที่เขาคลุกคลีครั้งสุดท้ายก็ไม่ได้พูดคุยกันต่อหน้า หากเมื่อวานคนที่ปรากฏตัวในพิธีแต่งงานล้วนเป็นกลยุทธ์หลี่ตายแทนเถา[1]ที่เอามาแทน…ถ้าอย่างนั้นข้าสามารถเดาได้ไหมว่า แท้ที่จริงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้ที่ไปปรากฏตัวตามสถานที่ต่างๆและเรียกตัวเองว่า ‘องค์ชายห้า’ นั้นก็ไม่ใช่ตัวเขาเอง?”
หากดูจากสถานการณ์ที่เมื่อวานทั่วป๋าอวิ๋นจีอยากจะออกจากเมืองไปอย่างลับๆ เวลานั้นทั่วป๋าไหวอันก็น่าจะออกจากเมืองไปแล้ว ทั่วป๋าอวิ๋นจีกลัวว่าเมื่อเรื่องแดงขึ้น นางก็จะกลายเป็นแพะรับบาปแทน ดังนั้นจึงรีบเร่งตามไปด้วย เพื่อที่จะหนีออกไป ถ้าเป็นอย่างนั้น…
เวลาที่ทั่วป๋าไหวอันหนีไป แน่นอนว่าไม่ใช่ช่วงเย็น
แต่เมื่อคิดไปคิดมา