งตั้งใจวางแผนเพื่อให้ฮ่องเต้หาแม่ทัพมาแทนฮั่วกัง
ดังนั้น…
ตำแหน่งแม่ทัพของเมืองฉู่นี้จึงกลายเป็นดั่งเผือกร้อนที่ใครได้รับไปก็รั้งแต่จะเจอความยุ่งยาก
“ด้านเมืองฉู่นั้นเป็นสถานการณ์พิเศษ การเปลี่ยนตัวแม่ทัพอย่างกะทันหัน จะต้องเป็นผู้ที่มีเกียรติและฐานะน่าเคารพยำเกรงและสามารถควบคุมคนใต้บังคับบัญชาได้พ่ะย่ะค่ะ” ฉู่ฉีเหยียนกล่าว “กระนั้นเรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องรอง ที่สำคัญคือต้องไม่ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาคิดแตกแยกจึงจะเป็นการดีพ่ะย่ะค่ะ”
จากก้นบึ้งในจิตใจ ฉู่อี้หมินยินดีอย่างยิ่งที่จะฉกฉวยโอกาสนี้ดันฉู่ฉีเหยียนให้รับตำแหน่ง แต่ถึงแม้เขาเป็นคนโง่ก็ยังรู้ว่า….
เนื้อติดมันชิ้นนี้เคี้ยวยากยิ่งนัก
ภายใต้เส้นทางมืดมนในใจ ฉู่อี้หมินเลิกคิ้วขึ้น กล่าวว่า “ที่ฉีเหยียนกล่าวมาก็มิผิด เสด็จพ่อ ก่อนหน้านี้เสด็จพี่ก็เคยเป็นผู้นำทัพของค่ายทหารที่เมืองฉู่ เทียบกับคนธรรมดาแล้วนับว่าคุ้นเคยกับสถานการณ์ที่นั่นมากกว่าอยู่บ้าง เกียรติฐานะของเขาก็เป็นที่เคารพยำเกรง หากว่าส่งตัวเขาไป…มีรัชทายาทออกนั่งบัญชาการรักษาการณ์ด้วยตนเอง ก็จะสามารถเรียกคืนกำลังใจของทหารและชาวบ้านที่อยู่ทางชายแดนได้พ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้กวาดสายตามองใบหน้าเขา ไม่พูดว่าดีหรือไม่ดี กลับมองจนฉู่อี้หมินรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจจนก้มหน้าลงไป
ฉู่อี้อันไม่ได้คิดจะต่อปากกับเขา กล่าวเพียงว่า “ก่อนหน้านี้ที่ลูกไปเมืองฉู่ก็เพียงลงพื้นที่เท่านั้น พักอยู่ที