่นั่นไม่กี่วัน จึงไม่กล้ารับปากส่งเดชรับหน้าที่ที่สำคัญเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเมืองหลวงเวลานี้ก็อยู่ในสถานการณ์ที่มีเรื่องมากมาย ลูกจึงไม่อยากห่างจากเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”
ขณะที่เขาพูดก็ขบคิดไปพลางก่อนจะเบนไปทางรุ่ยชินอ๋องที่กำลังครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ด้านข้าง “ท่านอา มีคุณธรรมและบารมีสูงส่ง ความคิดการตัดสินใจหรือก็มีอยู่เหนือกว่าข้า เพียงแต่ไม่รู้ว่าท่านอาจะเหนื่อยหรือไม่หากจะรับตำแหน่งนี้?”
รุ่ยชินอ๋องนั้นอายุห่างจากฮ่องเต้เพียงหนึ่งปี ตอนนี้ก็ใกล้หกสิบปีแล้ว เขาแค่ฝันก็ยังไม่กล้าคิดว่าเรื่องนี้จะตกมาอยู่ที่ตนเอง กลับตกตะลึงขึ้นมาทันที
ฉู่อี้อันกล่าวอีกครั้งว่า “ท่านอาอายุมากแล้ว หลานเองก็รู้ว่าไม่ควรจะให้ท่านต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับเรื่องเช่นนี้ ทว่าเรื่องครั้งนี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากจริงๆ เมื่อคิดกลับไปกลับมาก็มีแต่ท่านอาเท่านั้นที่จะรับผิดชอบหน้าที่นี้ได้”
ขณะพูดก็หันไปยังฮ่องเต้ “ไม่ทราบว่าเสด็จพ่อมีความเห็นอย่างไร?”
ฮ่องเต้หรี่ตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด แต่ว่าท่าทีนั้นกลับเหมือนลึกมากจนยากที่จะหยั่งถึง
ครู่ต่อมาเขาก็ยอมรับข้อคิดเห็นนี้ ในที่สุดก็พยักหน้า กล่าวกับรุ่ยชินอ๋องว่า “เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร? ยินดีที่จะไปเมืองฉู่แทนข้าหรือไม่?”
“เสด็จพี่เชื่อใจ กระหม่อมก็พร้อมบุกน้ำลุยไฟพ่ะย่ะค่ะ!” รุ่ยชินอ๋องกล่าว เวลาเดียวกันก็ยิ้มในใจอย่างขมขื่น กลับไม่กล้าแสดงท่าทีอะไรบนใบหน้าแม้