าสแกล้งโง่มองไม่เห็นนั่นก็อาจเป็นไปได้” รุ่ยชินอ๋องกล่าว จัดระเบียบความคิดเร็วในใจอีกครั้ง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกประหลาด
ผ่านไปชั่วครู่ เขาก็กล่าวกับฮ่องเต้อีกครั้ง “เสด็จพี่ได้โปรดถ่ายทอดคำสั่ง เชิญตัวท่านหญิงสกุลซูและทั่วป๋าอวิ๋นจีเข้ามา กระหม่อมมีเรื่องที่ต้องการยืนยันต่อหน้า! ”
ฮ่องเต้ชั่งน้ำหนักขบคิดในใจสักครู่ ก่อนจะพยักหน้าให้หลี่รุ่ยเสียง
หลี่รุ่ยเสียงหมุนกายออกไป คล้อยหลังก็พาทั้วป๋าอวิ๋นจีและซูหว่านที่มีท่าทีกระวนกระวายใจเข้ามา
“ถวายพระพรฝ่าบาท!” ทั้งสองคนเมื่อเข้าประตูมาแล้วก็คุกเข่าทำความเคารพทันที
ฮ่องเต้นั้นนิ่งเงียบไม่พูดใดๆ เป็นรุ่ยชินอ๋องที่เอ่ยปากกับทั่วป๋าอวิ๋นจี “องค์หญิงอวิ๋นจี เมื่อวานท่านพบองค์ชายห้าทั้งหมดกี่ครั้ง? ระหว่างนั้นได้เห็นท่าทีแปลกๆของเขาหรือไม่?”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีเงยหน้ามองเขาอย่างประหลาดใจทั้งยังลังเล “ท่านอ๋องอยากจะถามอันใดกันแน่? เมื่อวานเป็นงานแต่งของพี่ห้า ยึดตามขนบธรรมเนียมของชาวซีเยว่พวกท่านแล้ว ข้าก็ออกไปต้อนรับแขกด้านหน้าตั้งแต่เช้า พี่ห้านั้นเตรียมตัวอยู่ในจวน จากนั้นก็เข้าไปตรวจดูการตกแต่งห้องเจ้าบ่าวอีกครั้ง ล้วนแต่งานเต็มมือ พอตอนเที่ยงเดินผ่านสวนดอกไม้ด้านหลังมองเข้าไปในห้องของเขาอยู่ไกลๆ เห็นเขากำลังแต่งตัวอยู่ก็เดินจากมาแล้ว จนมาถึงสุดท้าย ช่วงเย็นก็ส่งเขาออกไปรับเจ้าสาว และหลังจากนั้นข้าก็ไปเข้าร่วมพิธีแต่งงาน”
รุ่ยชินอ