วอัน?”
ถ้าหากไม่ใช่ เช่นนั้นการแต่งงานของนางครั้งนี้ก็ถือว่าไม่นับ?
ทั่วป๋าอวิ๋นจีดูแคลนอยู่ในใจ ใบหน้ากลับเผยอาการตกตะลึงอย่างสุดขีด ยังรวบรวมสติกลับมาไม่ได้
รุ่ยชินอ๋องที่มองดูอยู่ กล่าวว่า “ท่านกำลังนึกอะไรบางอย่างออกใช่หรือไม่…”
“ข้า…” ทั่วป๋าอวิ๋นจีอ้าปากค้าง คล้อยหลังกลับลังเลที่จะพูดไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดออกมาว่า “ข้างกายของพี่ห้านั้น มีองค์รักษ์ที่รูปร่างหน้าตาคล้ายเขาอยู่ถึงหกส่วนจริงๆ แต่ว่า…แต่ว่า…”
ในขณะที่พูดนางก็มีสีหน้าสับสน กัดมุมปากอย่างยากที่จะเข้าใจ กล่าวว่า “ไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ นี่…จะเป็นไปได้อย่างไร?”
“ข้าก็ว่าทั่วป๋าไหวอันคนนั้นเหตุใดจึงดื่มได้นิดเดียวก็เมาล้มพับไปเสียแล้ว! เกรงว่าเขาจะหยิบยืมโอกาสนี้ออกจากงานเลี้ยง คงกลัวว่าถ้าพบปะผู้คนแล้วจะถูกเผยพิรุธออกมาน่ะสิ!” รุ่ยชินอ๋องขมวดคิ้ว ถอนหายใจออกมา เหลือบตามองไปยังฮ่องเต้ “ฝ่าบาท ในเรื่องนี้เกรงว่าจะมีจุดเล็กๆ ที่มองข้ามอีกเยอะเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่เลวเลยจริงๆ ทั่วป๋าไหวอัน!” ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พูดแต่ละคำด้วยการขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เขาไม่ได้แสดงอารมณ์ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้มานานแล้ว ในตำหนักต่างก็พากันสูดลมหายใจเป็นเสียงเดียวกัน ครู่ต่อมาก็ได้ยินเสียงแม่นมเหลียงร้องอย่างดีใจขึ้นมาจากในตำหนักด้านหลัง “ฮองเฮา! ฮองเฮาฟื้นแล้ว!”
ฮ่องเต้จิตใจสั่นไหว เมื่อกำลังจะกล่าว ประตูด้านนอกตำหนักก็ถูกเปิดขึ้นมาทันที