ม่ได้ออกเรือน หากข่าวนี้แพร่ออกไปก็คงยากที่จะรักษาเกียรติของราชวงศ์ ในตอนนั้นพี่ใหญ่กังวลมากไป ไม่สะดวกที่จะบอกเรื่องนี้ให้ทหารประจำประตูเมืองให้เข้าใจ ก็รีบเร่งออกจากเมืองไป ”
ฮ่องเต้สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ใบหน้านั้นแฝงท่าทีเย็นชามากขึ้น กล่าวเสียงต่ำว่า “พูดมา!”
“พี่ใหญ่อยู่นอกเมืองชั่วคราว แท้จริงก็เพื่อช่วยหาร่องรอยของน้องห้า” ฉู่ฉีเฟิงกล่าวด้วยใบหน้าราบเรียบ เพียงแต่แฝงด้วยความลำบากใจอยู่บ้าง กล่าว “ที่ไปที่มาของเรื่องราวพี่ใหญ่ยังคงสืบหาอยู่ เมื่อวานตอนที่เจอน้องห้าพบว่าถูกโจรชั่วดักปล้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงสลบไม่ได้สติ เรื่องราวเป็นมาอย่างไรไม่แน่ชัด ได้แต่หวังว่าการไปเยือนของใต้เท้าเหยียนหลิงครั้งนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาได้”
“อยู่ดีๆ เหตุใดโจรถึงดักปล้นได้?” รุ่ยชินอ๋องกล่าว สีหน้าไม่ค่อยดี “เป็นผู้ใดที่เหิมเกริมกล้าดักปล้นอย่างเปิดเผยกับคนของเรา? องค์รักษ์พวกนั้นเป็นคนตายหรืออย่างไร?”
“ท่าน…” ฉู่ฉีเฟิงถอนหายใจ สีหน้าลำบากใจ “องค์รักษ์บอกว่าเวลานั้นน้องห้าออกไปข้างนอกกับหญิงชราข้างกาย พูดว่า แค่ไปเดินเล่นใกล้ๆ นี้ ผลปรากฏว่า ไปแต่ไม่กลับมา หญิงชราคนนั้นก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน ตอนนี้พี่ใหญ่ออกคำสั่งกับคนในจวนให้ไปค้นหานางแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ผู้คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนฉลาด พูดถึงนี่ก็รู้แล้วว่า…
ต้องเป็นหญิงชราคนนั้นที่หลอกล่อฉู่เยว่เหยียนออกไปจากจวน หลังจากนั้นจึงทำให้เกิดเรื่องราว