“เสด็จปู่!” ในใจสั่นไหว ฉู่ฉีฮุยรีบร้อนคุกเข่าลง กล่าวว่า “เรื่องของทั่วป๋าไหวอันไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลานนะพ่ะย่ะค่ะ หลานกับเขาแม้แต่การคุยส่วนตัวเพียงเล็กน้อยก็ไม่มี จะไปร่วมมือกับเขาทำเรื่องที่ผิดเช่นนี้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“ไม่ได้ข้องเกี่ยวอย่างนั้นรึ?” ฉู่อี้หมินเหลือบตามอง ราวกับหลับตาพินิจอย่างใช้ความคิด จากนั้นจึงกล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ทั่วป๋าไหวอันจะมาถึงเมืองหลวง เสด็จพ่อรับสั่งให้เจ้าและฉีเหยียนไปต้อนรับเขาเที่ยวราชนิเวศน์นอกเมืองตั้งหลายวัน เหตุใดข้าจึงได้ยินว่าช่วงเวลานั้นเจ้ายังดื่มกับเขาทั้งคืนโดยไม่พักด้วย? ในตอนนั้น…ก็คุยกันถูกคอใช่หรือไม่?”
ฉู่ฉีฮุยหัวใจเย็นวาบ รู้สึกเสียใจขึ้นมาชั่วขณะ…
ในตอนนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นเพราะไม่เจอทั่วป๋าหรงเหยาที่ราชนิเวศน์นอกเมือง จึงคาดว่าจุดหมายสุดท้ายของนางอาจจะอยู่ที่วังบูรพา ดังนั้นจึงหยิบยืมโอกาสตอนที่ฉู่สวินหยางและซูหว่านขัดแย้งกันนัดกับทั่วป๋าไหวอัน เพื่อผูกความสัมพันธ์ไว้ล่วงหน้า
ใครจะรู้ว่าท้ายที่สุดหลังจากทั่วป๋าไหวอันเข้าวังแล้ว เขากลับไม่ได้ทำเรื่องอันใดเลย จนมาถึงตอนนี้…
กลับกลายมาเป็นจุดอ่อนในมือคนอื่นอีก
“นั่นเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว เวลานั้นข้าก็ทำตามคำสั่งที่ได้รับจึงคอยต้อนรับดูแลเขา งานเลี้ยงรับรองก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ท่านอาโปรดอย่าได้ยกเรื่องนี้มาแสดงความคิดเห็นเลยขอรับ!” เขาตั้งสติอย่างแน่วแน่ จ้องตาฉู่อี้หมินเขม็ง