หลังจากนั้นจึงค่อยหันไปกล่าวกับฮ่องเต้ที่อยู่หลังโต๊ะทรงอักษรอย่างอ่อนน้อมอีกครั้ง “เสด็จปู่ ขอพระองค์โปรดพิจารณาให้ถ้วนถี่ กระหม่อมและทั่วป๋าไหวอันรู้จักกันเพียงผิวเผิน ท่านอาเขาคิดไปเองทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
“เสด็จพ่…”ฉู่อี้หมินมีโอกาสที่จะโจมตีวังบูรพาทั้งทีจะทิ้งไปได้อย่างไร จึงรีบเปิดปากพูดทันที
ทว่าฮ่องเต้กลับกล่าวเสียงเย็นออกมา “ไม่มีใครพูดว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับการหลบหนีของทั่วป๋าไหวอัน ข้าเพียงถามเจ้าว่า เหตุใดเมื่อวานจึงไม่ฟังคำสั่งของพ่อเจ้าดึงดันออกไปนอกเมือง”
“คือ…” ฉู่ฉีฮุยมีท่าทีลังเลไปชั่วครู่
ฉู่ฉีเฟิงค่อยๆ ขมวดคิ้ว “เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ เมื่อวานท่านพ่อภารกิจเร่งรัด ไม่ใช่ว่าท่านพี่ไปเข้าร่วมงานแต่งขององค์ชายห้าแทนท่านพ่อมิใช่หรอกหรือ? อย่างไรก็คงจะแยกร่างไปสองที่ไม่ได้ เหตุใดจึงออกไปนอกเมืองได้อีกล่ะ?”
เรื่องของทั่วป๋าไหวอัน เหยาก่วงไท่ไม่ได้เตรียมการที่จะรับเผือกร้อน[1]เช่นนี้ รีบกล่าวขึ้นทันที “หากคังจวิ้นอ๋องมีข้อสงสัย สามารถถามใต้เท้าเหลียงได้ แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ซื่อสัตย์ยุติธรรมมาโดยตลอด อย่างน้อยก็ไม่กล่าวหาใครแบบผิดๆ เป็นแน่!”
เวลานี้กองกำลังรักษาพระนครอยู่ภายใต้อำนาจของฉู่อี้อัน เหลียงอวี่นั้นหน้าชา ถึงแม้จะรู้สึกลำบากใจ แต่ก็ยังตอบไปตามจริง “กระหม่อมได้รับการยืนยันจากผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ในช่วงเย็นหวงจ่างซุนเป็นคนพาคนออกไ