ปนอกเมือง ทั้งยังใช้ตราสัญลักษณ์ของวังบูรพาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เหยาก่วงไท่ทำท่าทางราวกับยกภูเขาออกจากอก ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากบางๆ
ที่อื่นๆ ล้วนไม่ผิดพลาด มีเพียงแต่เรื่องของฉู่ฉีฮุยเท่านั้นที่ไม่ชัดเจน เรื่องนี้คาดว่าแปดส่วนก็คงจะตกไปที่ฉู่ฉีฮุยแน่นอน
แววตาของฮ่องเต้ดุดันขึ้นมา ใช้สายตาเย็นเหยียบมองไปที่ฉู่ฉีฮุย
ฉู่ฉีฮุยราวกับน้ำท่วมปาก แต่เมื่อฮ่องเต้บังคับทางสายตาเช่นนี้ จำต้องฝืนใจเอ่ยขึ้น “ข้าเพียงออกไปจวนนอกเมืองเพื่อเยี่ยมเยียนท่านแม่และน้องสาวเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
“นี่นับว่าแปลกแล้ว…” ฉู่อี้หมินหัวเราะก่อนจะกล่าว “เจ้าต้องการไปเยี่ยมแม่จะไปเมื่อใดก็ย่อมได้ แต่กลับเลือกที่จะไปเมื่อวาน? ทั้งยังรีบเร่งออกจากงานแต่งทั่วป๋าไหวอันไป?”
ในเวลานี้เรื่องที่บังเอิญทั้งหมดทำให้ฉีฮุยพูดกลบเกลื่อนเรื่องโกหกของตนไม่ได้อีกแล้ว เขากระวนกระวายจนเหงื่อเต็มหน้า ทำได้เพียงบอกกล่าวไปอีกครั้งหนึ่ง “เพราะว่าที่จวนเกิดเรื่องด่วนขึ้น ข้าถึงได้รีบออกไป!”
ขณะที่พูดก็ทำท่าราวกับกลัวฮ่องเต้ไม่เชื่อมิปาน รีบกล่าวเสริม “ในตอนนั้นข้ายังพาองค์รักษ์ไปด้วยสิบหกนายล้วนแต่เป็นองค์รักษ์ที่คุ้นหน้าค่าตาอยู่ข้างกายมาหลายปี ตอนหลังก็มีคนติดตามข้ากลับมาไม่น้อย หากเสด็จปู่ไม่เชื่อ ก็สามารถเรียกตัวพวกเขามายืนยันได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!”
“ท่านก็พูดมาแล้วว่าพวกเขาต่างก็เป็นคนของท่าน เช่นนั้นอย่างไรพวกเขาก็ต้องว่าตามท่าน เกรงว่าถ้าเรียก