ไปเองพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ นะเพคะ!” หลัวฮองเฮาสะบัดมือเขาออก มองไปยังฮ่องเต้ที่อยู่หลังโต๊ะทรงอักษรด้วยท่าทีที่อ้อนวอน
หากเป็นเวลาปกติก็แล้วไป แต่ขณะนี้ในตำหนักกลับเต็มไปด้วยขุนนางชั้นสูงที่อยู่แทบจะพร้อมหน้าพร้อมตากัน ฮ่องเต้ถูกทำให้ขายหน้า จึงไม่ยอมผ่อนปรนให้แต่น้อย น้ำเสียงไร้อารมณ์นั้นให้ความรู้สึกเยือกเย็นมากขึ้นไปอีก “ยังยืนงงอะไรอยู่อีก? ส่งตัวฮองเฮากลับไป!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” ท่าทีของเขาดุดันขึ้นมา หลี่รุ่ยเสียงจึงไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ใช้แรงบังคับประคองมือข้างหนึ่งของหลัวฮองเฮา
“ฝ่าบาท…” หลัวฮองเฮาพยายามจะสลัดเขาออกแต่ก็ไร้ผล เมื่อเห็นว่าถูกบีบบังคับให้ออกไป ในใจพอรีบร้อนก็มีแต่เสียงร้องดังกึกก้องอยู่ข้างใน
หลังจากนั้นต่อมา…
ร่างก็ค่อยๆ โอนเอน หงายตัวไปด้านหลัง!
“ฮองเฮาเพคะ!” แม่นมเหลียงร้องอย่างตกใจ ร่ำไห้ก่อนจะโวยวายออกมา “ฮองเฮาหมดสติไปแล้ว ตามหมอหลวง รีบตามหมอหลวงเร็วเข้า!”
“เสด็จย่า? เสด็จย่าเพคะ?” พวกฉู่หลิงอวิ้นและฉู่สวินหยางค่อยๆ เข้าไปล้อมรอบ ต่างก็ช่วยกันประคองร่างของนางไว้
สุขภาพของหลัวฮองเฮานับว่าแข็งแรงมาโดยตลอด ฮ่องเต้คาดไม่ถึงว่านางจู่ๆ จะล้มพับไปเช่นนี้ จึงรีบเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ขึ้นมามองด้วยความกังวลอยู่ตลอด
พวกขุนนางค่อยๆ หลีกทางให้ ขยับไปยืนอยู่ริมสุด
ฉู่ฉีเฟิงเผยใบหน้ากังวลมองไปที่ฮ่องเต้ “เสด็จย่าอาจจะมีเรื่องร้อนใจ พยุงนางขึ้นไปพักท