ที่เห็นเหตุการณ์ ไม่จำเป็นต้องรอให้เขาสั่งก็รีบก้าวออกไปดู พอมองก็ไม่พบเรื่องเร่งรีบอันใด แต่หลัวฮองเฮาในตอนนั้นกลับรอไม่ได้อีกต่อไป เมื่อเห็นเขาออกมาสอบถาม ก็ผลักบานประตูผลุนผลันเข้าไปทันที
ฉู่หลิงอวิ้นและแม่นมเหลียงต่างก็ประคองมือนางคนละข้าง ด้านหลังยังมีฉู่สวินหยางและหลัวอวี่ก่วนติดตามมา คนพวกนี้ล้วนแต่แต่งกายอย่างสง่างาม ยามที่เดินก็ราวกลับมีสายลมพัดตามเข้ามาระลอกหนึ่งก็มิปาน
ใบหน้าของหลัวฮองเฮาดูไม่ดีสักเท่าไร ในความกังวลนั้นทั้งยังแฝงความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“ถวายพระพรฮองเฮา!” ขุนนางใหญ่ทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ตำหนักต่างก็เร่งรีบคุกเข่าน้อมทักทาย
หลัวฮองเฮากลับไม่สนใจใครทั้งนั้นเดินตรงไปทางด้านในที่ใกล้กับโต๊ะทรงอักษรฮ่องเต้ที่สุด ท่าทีเต็มไปด้วยความตระหนก “ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพระองค์ ขอพระองค์เชิญผู้อื่นออกไปก่อนได้ไหมเพคะ!”
เดิมทีใบหน้าของฮ่องเต้ก็บิดเบี้ยวอยู่แล้ว เวลานี้กลับดำทะมึนราวกับเขม่าที่ก้นหม้อ มองไปที่นางก่อนจะกล่าวด้วยเสียงเยียบเย็น “เหลวไหล! สถานที่สำคัญอย่างห้องทรงอักษรนี้ ข้ากำลังว่าราชการกับขุนนาง แต่เจ้ากลับบุกเข้ามาอย่างมิเกรงกลัว?”
ขณะที่พูดก็ตะเบ็งเสียงไปยังด้านนอกตำหนัก “หลี่รุ่ยเสียง นำตัวฮองเฮากลับไปวังโซ่วคัง!”
หลี่รุ่ยเสียงเพิ่งกลับเข้ามาจากด้านนอกพอดี เมื่อได้รับคำสั่งก็เข้าไปประคองมือหลัวฮองเฮา “ฮองเฮา กระหม่อมจะไปส่งพระองค์กลับ