นเรื่องอันใดกันแน่? พี่ห้าฝ่าฝืนกฎของแคว้นท่านหรือ? หากเป็นเช่นนี้จริงๆ ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด แต่ถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น…ก็ขอฝ่าบาทให้ความเป็นธรรมกับข้าด้วย เห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองแคว้น”
ฮ่องเต้อยากจะกักตัวทั่วป๋าไหวอันไว้เป็นเพียงความคิดส่วนตัวเท่านั้น แต่หลังจากปล่อยให้ทั่วป๋าไหวอันหลุดรอดไปได้ในครั้งนี้กลับจะเป็นปัญหาที่ยากจะจบลงด้วยดีในอนาคต
ฮ่องเต้เผยท่าทีเงียบงัน ไม่ปริปากพูดใดๆ
เหยาก่วงไท่เตรียมจะอ้าปาก เขาเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น[1] ทั้งยังขลุกอยู่ในราชสำนักมาเกือบสิบปีแล้ว ฝีปากคารมที่จะหักล้างกับทั่วป๋าอวิ๋นจีนั้นย่อมมี แต่พูดไปก็เท่านั้น ทว่าเมื่อกวาดสายตาไปมองหน้าของฮ่องเต้ ท่าทีของฝ่าบาทกลับไม่ชัดเจน เช่นนั้นเขาก็ยิ่งไม่ควรจะพูดพร่ำเพรื่อ แม้จะอ้าปากแล้ว แต่สุดท้ายก็ฝืนเงียบเอาไว้
บรรยากาศในตำหนักเงียบเชียบจนรู้สึกเย็นยะเยือกไปชั่วขณะ
แววตาที่ล่องลอยของฉู่ฉีเฟิงค่อยๆ กวาดตามองไปที่ผู้คน จากนั้นจึงค่อยกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ “มือสังหารยังไม่ปรากฏเบาะเสาะใดๆ และเมื่อลองวิเคราะห์จากเรื่องราวครั้งที่แล้ว เรื่องนั้นเห็นได้ชัดว่าโจมตีไปที่องค์ชายห้าแห่งโม่เป่ย เกรงว่าองค์หญิงอวิ๋นจีจะเข้าใจผิดแล้ว ที่เสด็จปู่คอยติดตามความเป็นมาเป็นไปขององค์ชายห้าก็เพียงเป็นห่วงความปลอดภัยเขาเท่านั้น”
ข้ออ้างเช่นนี้อีกแล้ว!
ทั่วป๋าอวิ๋นจีชะงักไป ก่อนจะกัดริมฝีปาก ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด เพียงส่งเสียงในล