คืนก่อนเป็นคืนสมรสของนางกับทั่วป๋าไหวอัน ตัวนางเองก็ต่อต้านงานสมรสครั้งนี้ ทุกข์ใจกับการที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่นั่งรอทุรนทุรายจนถึงเที่ยงคืน สุดท้ายก็ได้ข่าวว่าองค์ชายห้าเมามายไม่ได้สติ ถูกส่งไปพักผ่อนในห้องพัก ให้นางพักผ่อนตามอัธยาศัย
ตอนนั้นนางเอาแต่ดีอกดีใจ เลยไม่ได้ไปสนใจว่าทั่วป๋าไหวอันจะเมาจริงๆ หรือไม่ แค่รู้สึกว่าเหมือนตนได้ยกภูเขาออกจากอกแล้ว
พอตื่นมาตอนเช้า นางก็เตรียมแต่งหน้าแต่งตาเตรียมจะเข้าวังไปแสดงความขอบคุณพร้อมกับทั่วป๋าไหวอัน แต่สุดท้ายก็ได้ข่าวว่าทั่วป๋าไหวอันติดธุระ เข้าวังไปกับนางไม่ได้ แม้นางจะรู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่เหมาะสม แต่เห็นว่าทั่วป๋าไหวอันคอยแบกหน้าในทุกๆ เรื่องตลอด จึงปล่อยเลยตามเลย
นางไม่เคยคิดฝันด้วยซ้ำ เพียงชั่วข้ามคืนสามีของนางกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยในวันแต่งงานของนาง และไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แถมยังทิ้งภาระก้อนใหญ่ไว้ให้นางอีก
ซูหว่านอกสั่นขวัญผวาไปหมด แต่เมื่อเห็นสีหน้าฮ่องเต้ที่สืบคดีอยู่ตรงหน้าก็กลัวจนไม่กล้าร้องไห้ รีบแก้ต่าง “ฝ่าบาท หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ! หม่อมฉันไม่ทราบ หม่อมฉันไม่ทราบจริงๆ คืนวานคนในจวนมารายงานว่าสามีของหม่อมฉันเมาหัวราน้ำจึงพักผ่อนอยู่ที่ห้องพัก หม่อมฉัน…หม่อมฉันไม่ทราบว่าเขาไม่อยู่ในจวน ยิ่งไม่รู้ว่า…เขา…”
นางคิดไปก็กลุ้มไป ก่อนจะหันรีขวางไปทางทั่วป๋าอวิ๋นจีที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้าง เอ่ยถามด้วยความฉงน “เกิดอะไรขึ้น?