พวกเจ้ามีเรื่องอะไรปิดบังข้าอยู่กัน?”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีขมวดคิ้วแน่น และหันไปพูดกับฮ่องเต้ด้วยหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ “ฝ่าบาท อวิ๋นจีก็ไม่ทราบเช่นกันว่าคืนวานเกิดอะไรขึ้นเพคะ ฝ่าบาทเองก็ทรงทราบ หม่อมฉันกับพี่ห้าเดินทางมาไกลจากโม่เป่ย เมื่อวานเป็นงานสมรสของพี่ห้า เรื่องนอกเรื่องในไม่มีใครมาช่วย ยามเช้าตรู่หม่อมฉันก็ต้อนรับใต้เท้าและฮูหยินทั้งหลายในห้องโถง แต่เรื่องในเรือนหอคืนนั้นของพี่ห้า…”
นางเอ่ยด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ และก้มหน้าก้มตาเอ่ยต่อ “เรื่องเรือนหอของท่านพี่ ไม่ว่ายามใดหม่อมฉันก็ไม่มีสิทธิเข้าไปสืบข่าว!”
หลังจากนั้นก็ขมวดคิ้วมองไปทางซูหว่าน “พี่สะใภ้ห้าคืนวานก็ไม่เห็นพี่ห้าของข้าแล้วหรือ? เหตุใดไม่รีบบอกข้าตั้งแต่เช้าตรู่? เพราะข้าก็ไม่รู้อีโน่อีเหน่ถึงได้เข้าวังไปคารวะฮองเฮา!”
ทั่วป๋าไหวอันกับนางไม่มีญาติสนิทมิตรสหายที่นี่ ฉะนั้นงานสมรสของทั่วป๋าไหวอัน เขาก็ต้องยุ่งมือไม้พันเตรียมการไม่ทันและให้น้องสาวอย่างทั่วป๋าอวิ๋นจีมาช่วยรับผิดชอบเป็นธรรมดา ทั่วป๋าอวิ๋นจีจะบอกว่าตนวุ่นอยู่ทั้งวัน ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องในเรือนหอของทั่วป๋าไหวอันกับซูหว่าน ไม่ว่าใครก็เอาผิดนางไม่ได้!
แต่นางตัวติดกับทั่วป๋าไหวอันเป็นตังเม ยามนี้พี่ชายหนีไปจากเมืองหลวง สภาพตอนนี้ของนางจึงพลอยอึดอัดเสียเหลือล้น
ทั่วป๋าอวิ๋นจีพูดไปก็เศร้าไป นั่งคอตกอยู่ตรงนั้น
ฮ่องเต้กวาดตามองหญิงสาวทั้งสองคนละรอบ…
แต่ก็ไม่พบว่าทั้