หลี่รุ่ยเสียงครุ่นคิดครู่หนึ่งและเอ่ย “คังจวิ้นอ๋องเล่า?”
“เข้าวังไปแล้วขอรับ!” เย่าสุ่ยเอ่ย “ไปเยี่ยมฮองเฮาที่วังโซ่วคังกับท่านหญิงสวินหยางแล้วขอรับ!”
“เข้าวังมาแล้วหรือ?” หลี่รุ่ยเสียงได้ยินเช่นนั้นจู่ๆ ก็ยิ้มขึ้นมา…
นั่งดูเฉยๆ อะไรกัน นี่เขาเจตนาเข้าร่วมชัดๆ เพียงแต่หากฉู่ฉีเฟิงเป็นฝ่ายมาขอพบฮ่องเต้เพียงเพราะฉู่ฉีฮุยคงจะชัดเจนเกินไป ต่อไปหากฮ่องเต้เป็นฝ่ายเรียกพบคงจะไม่ต้องพูดแล้ว
เย่าสุ่ยร้อนรนไปหมด กุมขมับแล้วเอ่ย “ท่านอาจารย์…”
“ไปทำงานของเจ้าเถอะ!” หลี่รุ่ยเสียงเอ่ยอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง
เนื่องด้วยฉู่ฉีฮุยพัวพันเข้ามาในคดี ทำให้ฮ่องเต้โกรธมาก รีบสั่งให้ไปเรียกฉู่อี้อันทันทีเพื่อพาตัวเขามา โดยสั่งให้หลี่รุ่ยเสียงไปตามด้วยตัวเอง สุดท้ายองค์รัชทายาทที่จัดการข้อราชการอยู่นั้นก็เอ่ยตอบโดยไม่แม้แต่มองว่าเขามีงานของทหารที่สำคัญต้องรีบจัดการ พอพูดจบก็ส่งแขกทันที
ทำอย่างไรได้ หลี่รุ่ยเสียงจึงต้องเรียกให้เย่าสุ่ยไปวังบูรพา…
หวังจะให้เชิญฉู่ฉีเฟิงมา ที่นี่ก็จะไม่เอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งแล้ว และก็นับว่าเป็นการแสดงน้ำใจต่อวังบูรพาด้วย
แต่พอสุดท้าย…
ฉู่ฉีเฟิงกลับผลักโอกาสครั้งนี้ไปอย่างไม่คิด!
หลี่รุ่ยเสียงคิดๆ แล้วก็ขำ ก่อนจะโบกมือให้เย่าสุ่ย
เย่าสุ่ยเก็บคำพูดไว้ในใจและถอยออกไป ส่วนขันทีน้อยที่ไปเปลี่ยนชาใหม่ก็เดินถือถ้วยชากลับมาส่งให้เขา
หลี่รุ่ยเสียงจึงยกชาเข้าตำหนักไป
พอก้าวเข้าวังไป