ก็ได้ยินเสียงฮ่องเต้เอ่ยอาละวาด “ขยะ! ล้วนแต่เป็นขยะ! ก็แค่หาคน ไม่รู้จริงๆ ว่าเลี้ยงพวกเจ้าไว้ทำอะไรกินได้!”
ยังพูดไม่ทันจบ เหลียงอวี่ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระนคร ใต้เท้าเหยาแห่งกองพลทหารราบ แม้แต่หัวหน้ากองทหารองครักษ์ก็รีบคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงด้วยความตื่นตระหนก
เรื่องของทั่วป๋าไหวอันทำให้ฮ่องเต้อาละวาดอย่างหนัก ถึงกับปาที่ทับกระดาษหยกขาวข้างๆ มือลงมาที่พื้นด้วยความโกรธ
ดีที่ที่ทับกระดาษนั้นขัดเงาไว้แล้ว แต่มุมทุกมุมที่ถูกขัดจนเงาก็ยังทำให้มุมแก้มของใต้เท้าเยาห้อเลือดขึ้นมา
ฮ่องเต้ยังไม่หายโกรธ เมื่อเห็นหลี่รุ่ยเสียงเดินเข้ามา ก็ชี้ไปทางนอกตำหนักและเอ่ย “ไป! ไปเรียกองค์รัชทายาทมาพบข้า! กองกำลังรักษาพระนครดูแลเมืองไม่ดี ข้าจะถามสักหน่อย ว่าผู้บัญชาอย่างเขาควบคุมอย่างไรกัน!”
“ฝ่าบาทลืมแล้วหรือ องค์รัชทายาททรงตอบว่ายังต้องจัดการเรื่องทหารของแคว้นฉู่ เรื่องนี้เร่งด่วนมาก ไม่อาจชักช้าได้พ่ะย่ะค่ะ” หลี่รุ่ยเดินเข้าไปด้วยสีหน้าปกติ ไม่ได้ตื่นตระหนกกับสีหน้าของฮ่องเต้แต่อย่างใด ได้แต่ตอบอย่างนอบน้อม “กระหม่อมได้ส่งถ่ายทอดคำสั่งของฝ่าบาทไปแล้ว องค์รัชทายาทตอบว่ารอให้จัดการเรื่องทหารเรียบร้อยก่อน แล้วจะรีบมาเข้าเฝ้าในทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
ด้านแคว้นฉู่และเมืองหนานฮวาทำศึกติดต่อกันมาหลายปี ฮ่องเต้เองก็คิดหนักโดยตลอด อีกทั้งเรื่องนี้เขาเองก็ตั้งใจมาก แต่เป็นทางโม่เป่ยทำเสียแผนเช่นนี้ เขาก็ต้อ