ท่านชายจ่างซุนนำกำลังทหารออกจากเมืองไปชุดหนึ่ง อยู่นอกเมืองราวสองชั่วยามถึงกลับมาเจ้าค่ะ!”
ฉู่สวินหยางหรี่ตาเล็กน้อย ในดวงตาคู่นั้นเคลือบด้วยความเย็นชาในทันใด ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ฉู่ฉีฮุยช่างใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ได้ดีเสียจริง!”
นางเอ่ยพลางโยนผ้าเช็ดหน้าผืนเปียกในมือกลับไปในอ่างล้างหน้าอย่างโมโห
อยากลวงให้วังบูรพาของนางทำความผิดไปด้วย? ฉู่ฉีฮุยก็เป็นจุดอ่อนที่โจมตีได้ง่ายที่สุดไม่ใช่หรือ?
“เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อได้สติกลับมา ฉู่สวินหยางก็เอ่ยถามพลางเดินกลับเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกรอบ
ชิงหลัวบอกเรื่องทั้งหมดไปคร่าวๆ แล้ว ส่วนชิงเถิงก็ถือชุดเข้ามา เป็นชุดสีเขียวมรกตเรียบๆ ตัวหนึ่ง
ฉู่สวินหยางเหลือบมองแวบหนึ่งก็ออกแรงผลักออก “ไปเปลี่ยนมา! ชิงหลัวเจ้าไปบอกท่านพี่ที่เรือนจิ่นโม่ที อีกครู่ข้าจะไปหา”
“เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้!” ชิงหลัวรับคำเสร็จก็หันหลังเดินออกไป ไม่ได้ถามอะไรมาก
ฉู่สวินหยางไม่ชอบความวุ่นวาย ปกติอยู่ในจวนก็ใส่ชุดง่ายๆ สบายๆ ลายของเสื้อผ้าก็เรียบที่สุดเท่าที่จะเรียบได้ ชิงเถิงอยู่กับนางมานานแล้ว จึงเข้าใจดี และหันกลับไปหยิบชุดปกติที่ออกเยี่ยมแขกมา
ฉู่สวินหยางเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ไปเรือนจิ่นโม่
พอเดินเข้าประตูไปก็เห็นข้ารับใช้ที่แต่งตัวเป็นขันทีอยู่ในห้องโถงเพิ่มขึ้นอีกสามคน
และคนที่เป็นหัวหน้าก็คือศิษย์ของหลี่รุ่ยเสียง เย่าสุ่ย
ยามนี้เย่าสุ่ยกำลังคุยอะไรบางอย่างกับ