ฉู่สวินหยางเบ้ปาก ร่างทั้งร่างแข็งทื่อไปชั่วครู่
และก็ฉวยโอกาสตอนที่นางสติล่องลอย ริมฝีปากของเหยียนหลิงจวินค่อยๆ เลื่อนลงมาด้านล่าง ถูไปมาที่มุมปากของนาง ก่อนจะใช้ฟันงับกลีบปากของนางเข้าไปในปากของตน
ฉู่สวินหยางตะลึงจนไม่อาจควบคุมร่างกายได้ ในหัวมึนไปหมด ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรไปชั่วขณะ
“เมื่อครู่ไม่นับ ข้าสอนเจ้าเอง!” เมื่อสัมผัสได้ถึงร่างกายที่สั่นคลอนของนาง เหยียนหลิงจวินจึงจับแขนดึงร่างนุ่มนิ่มของนางเข้ามาในอ้อมอกและกอดจนแน่น
เขางับกลีบปากของนางไว้ในปาก ริมฝีปากของหญิงสาวอ่อนนุ่มบางเบา แทรกด้วยกลิ่นหอมเย็นๆ ชุ่มชื้น สัมผัสนั้นเหมือนผ่านผิวทะลุแผ่ซาบซ่านไปถึงหัวใจ ทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านขึ้นมา
เดิมเหยียนหลิงจวินแค่อยากจะหยอกนางเล่น เพื่อตักเตือนว่าการกระทำของนางนั้นไม่เหมาะไม่ควร แต่รสสัมผัสอันหวานฉ่ำนี้ฝังลึกลงไปในกระดูก ไม่อาจถอนออกได้แม้แต่น้อย
ดังนั้นเขาจึงละเลงจูบอย่างลึกซึ้งลงไปเรื่อยๆ จนสติเริ่มเลอะเลือน ด้านหนึ่งก็อยากจูบกลีบปากนางให้อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยากกลืนเอารสจูบของนางไปให้ได้ให้มากที่สุด ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี อีกด้านหนึ่งในหัวก็กำลังคิดวิธีว่าควรทำอย่างไรให้นางเลิกกัดฟัน เพื่อจะได้ทำต่อในขั้นถัดไป…
เนื่องด้วยหากบีบบังคับคงจะไม่ได้การ นิสัยของหญิงสาวไม่ว่าใครก็คุมไม่อยู่
ชายหนุ่มครุ่นคิดวุ่นวายไปหมด พอเขาเริ่มจะลองใช้ลิ้นดันฟันหวังจะล้วงเข้าไปลึกกว่า