เดิมนั้นเอง…
ฉู่สวินหยางที่ไร้ซึ่งปฏิกิริยาโต้ตอบไปนาน จู่ๆ ก็ได้สติกลับมา และสัมผัสได้ถึงรสชาติหอมหวานของกลิ่นอายที่สัมผัสอยู่ตรงกลีบปาก จู่ๆ นางก็งับกลีบปากชายหนุ่มตอบตามนิสัยหยั่งเชิงของตน
สอนสดเรียนสดเช่นนี้ ช่างช่วยให้แสดงศักยภาพออกมาอย่างเหลือล้ำ
เหยียนหลิงจวินถึงกับหายใจไม่ทัน กลั้นลมจนหน้าเขียวไปทั้งหน้า
ไม่ว่าในใจจะคิดอะไรร้อยแปดพันเรื่องก็ล้วนโดนล้างจนสะอาดเอี่ยมไปหมด เขาเบิกตาโพลงในทันใด และก็เห็นใบหน้างามงอน ดวงตาทอแสงเป็นประกาย ในนัยน์ตาคู่นั้นเผยให้เห็นความไม่ซื่ออย่างชัดเจน ไม่ได้มีความเขินอายหรืออ่อนโยนอย่างที่ผู้หญิงปกติควรจะมีแม้แต่น้อย
เหยียนหลิงจวินราวกับโดนนางเทน้ำเย็นทั้งถังราดบนหัว เขาจึงเริ่มหัวเสียขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ฉู่สวินหยางกลับไม่รู้ตัว เหมือนโดนยั่วให้สนใจจริงๆ เข้าแล้ว นางออกแรงเยอะกว่าเขาเสียอีก อีกทั้งยังอ้าปากคิดจะกัดเขา!
เหยียนหลิงจวินหน้าแข็งทื่อ รีบถอยหลังไปทีละก้าวๆ พลางผลักนางออก และเอ่ยเสียงต่ำ “อย่าสร้างเรื่อง!”
ฉู่สวินหยางกะพริบตาปริบๆ เมื่อสังเกตเห็นริมฝีปากแดงก่ำเปียกชื้นของเขาจึงได้สติว่าเมื่อครู่ตนทำอะไรลงไป นางจึงตะลึงงันไปชั่วครู่ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉ่าขึ้นมาในพริบตา
เหยียนหลิงจวินมองนาง จะด่าก็ไม่ใช่ จะชมก็ไม่ได้ ในใจสับสนพัวพันไปหมด สีหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นสีดำเหมือนสีก้นหม้อ
ทั้งสองต่างคนต่างเงียบ คนหนึ่งสีหน้าสับสน ส่วนอีกค