นหนึ่งสีหน้าอึดอัด
ผ่านไปชั่วครู่ สุดท้ายก็เป็นฉู่สวินหยางที่ทนไม่ได้ก่อน กลอกตามอง “เจ้าบอกเองว่าจะสอน…”
พูดจบก็ผลักเหยียนหลิงจวินออกอย่างไม่สะทกสะท้าน และหมุนตัวออกไปด้านข้าง
เหยียนหลิงจวินก็ยิ่งไม่พอใจกว่าเดิม แต่ไม่อาจคิดถ้อยคำระบายออกมาได้ อึดอัดอยู่นาน สุดท้ายก็กัดฟันเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้านาง ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ฉู่สวินหยาง เราหารือกันสักเรื่องหนึ่งได้หรือไม่? นิสัยนี้ของเจ้าต่อไป…”
เหยียนหลิงจวินพูดได้ครึ่งหนึ่ง แต่จู่ๆ ก็หยุดชะงัก เพราะฉู่สวินหยางยังคงมองรอเขาสอนอยู่อย่างนั้น
เขาจะพูดอะไรได้? ให้นางแก้นิสัยตรงไปตรงมาเช่นนี้ของนางอย่างนั้นหรือ? สิ่งที่เขาชอบที่สุด จริงๆ ก็คงเป็นนิสัยตรงไปตรงมาของนางแล้วกระมัง?
แต่เรื่องอื่นก็ยังว่าไป หากเป็นเรื่องหญิงๆ ชายๆ และนางรุกก่อนคงจะ…
ครั้งสองครั้งยังพอได้ แต่ถ้าทำเช่นนี้บ่อยๆ
นักเผด็จศึกผู้มั่นคงดั่งภูเขาไท่ซานอย่างใต้เท้าเหยียนหลิง ไม่ช้าก็เร็วต้องมีวันหนึ่งที่โดนหญิงสาวทรมานจนต้องร้องขอชีวิต นี่มันช่าง…
ช่างรู้สึกพ่ายแพ้นัก!
ลังเลอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายเหยียนหลิงจวินก็คิดแผนอะไรไม่ออกอยู่ดี
เขาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะออกแรงดึงมือนางมาจับไว้ในฝ่ามือ สุดท้ายก็ถอนหายใจเอ่ย “ช่างเถิด ตอนนี้เย็นแล้ว เดี๋ยวข้าส่งเจ้ากลับไป”
เขาพูดเหมือนไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับนางต่อเสียอย่างนั้น พอพูดจบก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะยื่นมือข้างห