สเริ่มแผนการ!
เอาเข้าจริงคือนางจับผลัดจับพลูมาขวางทางของเขาอย่างนั้นหรือ?
แต่ในเมื่อเป็นเรื่องของชาติที่แล้ว ยามนี้มาคิดเล็กคิดน้อยก็คงไร้ประโยชน์ เพราะหลังจากเกิดเรื่องที่ลานต้นกก ภพก่อนและภพหลังนี้ก็กลายเป็นสองภพที่ต่างกันแล้ว
ในที่สุดฉู่สวินหยางก็จับต้นชนปลายได้ จะทำแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ถามหยั่งเชิงต่อ “เช่นนั้น…หากยามนั้นคนที่พบเจ้ามิใช่ข้า แต่เป็นฉู่หลิงอวิ้นหรือว่าคนอื่นล่ะ?”
นางอยากถามคำถามนี้ ตั้งแต่ก่อนที่เหยียนหลิงจวินสารภาพรักกับนางแล้ว
ชาตินี้ของเหยียนหลิงจวินไร้ความรู้สึกอันดีใดๆ กับฉู่หลิงอวิ้น เรื่องนี้ก็ไม่จำเป็นต้องสงสัยแล้ว และนางเองก็คงไม่น่าจะเบื่อถึงขั้นมายึดมั่นอยู่กับเรื่องในอดีตของชาติที่แล้วไม่หยุดหรอก แต่นางก็แค่แปลกใจ นึกถึงยามใดก็รู้สึกไม่สบายใจเมื่อนั้น
ฉู่สวินหยางถามตามอำเภอใจ แต่ครู่ต่อมาก็รู้สึกว่าเหยียนหลิงจวินเกร็งตัวขึ้นมา
“ทำไมจึงถามเช่นนี้?” เขาดึงนางออกมาจากอ้อมกอดเล็กน้อย ขมวดคิ้วจนเป็นรอยย่น และมองนางอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“ทำไม คำถามนี้ตอบยากมากนักหรือ?” ฉู่สวินหยางเงยหน้าสบสายตาเขา และรอคอยคำตอบนี้อย่างใจจดใจจ่อ
ท่าทีของนางจริงจังมาก และไม่มีเจตนาหยอกล้อใดๆ ทั้งสิ้น สีหน้าของเหยียนหลิงจวินดูลำบากใจ ท่าทีเหมือนกับเพิ่งฝ่าฝนออกมาเสียอย่างนั้น แต่ก็ยังเอ่ยตอบอย่างอดทน “ซินเป่า สำหรับข้าแล้ว เจ้าไม่เหมือนใคร สตรีใดในโลกน