าเหมือนมีประกายโหดเหี้ยมอำมหิตแฝงไว้อยู่
“ข้าจะแย่งของที่เขารัก ยึดครองทั้งแผ่นดิน!” สิบกว่าคำที่เขาเอ่ยนี้ ทุกคำล้วนเด็ดขาด ชัดเจนทุกคำ
ฉู่สวินหยางแม้ไม่ได้มองสีหน้าของเขา ในใจยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่น!
ยึดครองทั้งแผ่นดินหรือ? ช่างเป็นปณิธานที่ใหญ่หลวงนัก!
เขาจะต้องมีความโกรธเกลียดมากแค่ไหนถึงมีคำมั่นได้อย่างไม่เลือกสรรคำเช่นนี้
แม้คำพูดของทั้งสองในวันนั้นจะฟังดูเหมือนล้อเล่น แต่เมื่อชาติที่แล้ว…
เขาคงจะไม่แบกเอาปณิธานเช่นนี้ไปจริงๆ หรอกใช่ไหม?
เป็นเพราะความยึดมั่นและความโกรธแค้นในใจก้อนนี้ ฉะนั้นยามนั้นเมื่อแผลของเขาหายจึงยอมสละฐานันดรแต่ก่อนของตน อาศัยความสะดวกที่ฉู่หลิงอวิ๋นจัดเตรียมไว้ปีนขึ้นไปอย่างเร็วที่สุด อีกทั้งยังกุมอำนาจในระยะเวลาอันสั้น ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นไปทีละก้าวๆ สะสมกำลังของตน จนกระทั่งมีวันหนึ่งที่มีกำลังพอจะแก้แค้น ระเบิดความโกรธเคืองนี้
จู่ๆ ฉู่สวินหยางก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว…
ยามนั้นนางจัดกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งเพื่อรักษาตำแหน่งในราชวงศ์ของท่านพ่อและพี่ชายของนาง ฉะนั้นนางจึงไม่ยอมให้สิทธิคุมกำลังทหารที่ชายแดนหนานฮวากับผู้อื่น
หากไม่ใช่เพราะนางกุมอำนาจทางการทหารที่นั่นไม่ปล่อย บางทีเหยียนหลิงจวินอาจไม่ได้เลือกเดินทางนั้น และไม่จำเป็นต้องยืมมือซูอี้มาแย่งอำนาจ เขาคงจะต้องหาวิธีแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทหารเพื่อกุมอำนาจในการควบคุมกำลังทหารกองนั้น ก่อนจะหาโอกา