เหยียนหลิงจวินท่าทางกระฉับกระเฉง เผด็จการ เขาใช้แรงมากเสียจนยากที่จะขัดขืน เหมือนกำลังกลัวว่าระหว่างที่เขาดึงนางมากอดจะช้าจะเร็วก็ต้องโดนฉู่สวินหยางผลักออกเสียอย่างนั้น
เมื่อออกแรง ไม่นานหญิงสาวก็เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด
ฉู่สวินหยางยืนเงียบกริบอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าก็แทบจะแนบติดกับหน้าอกของเขาอยู่แล้ว
เหยียนหลิงจวินใจกระวนกระวาย ทำใจเตรียมจะโดนนางขัดขืนผลักออกอยู่ตลอด แม้ท่าทีจะมั่นคง แต่ในอกกลับเต้นรัวขึ้นอย่างน่าประหลาด
เมื่อเขาลองหยั่งเชิงไปได้สักพัก ฉู่สวินหยางกลับไม่มีท่าทีโต้ตอบใดๆ
เนื่องด้วยไม่รู้ว่านางนึกคิดอย่างไร เหยียนหลิงจวินจึงยังไม่กล้าจะวางใจ เลยกระแอมคอถามหยั่งเชิงดู “ซินเป่า หลายวันนี้ เจ้ายังโกรธข้าอีกหรือ?”
คำพูดของเขาทั้งกดดันและตื่นเต้น
ในยามเดียวกับที่เอ่ยพูด ในใจเขาก็รีบคำนวณว่าต่อไปควรจะเผชิญหน้ากับคำถามและอารมณ์ของนางอย่างไร
“โกรธพอแล้ว!” ฉู่สวินหยางเอ่ยสารภาพและเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ในอ้อมอกของเขา
เหยียนหลิงจวินมองต่ำอย่างตกใจ
ทั้งสองคนสบตากัน
ฉู่สวินหยางสบสายตาของเขา และเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ตอนนี้…ไม่โกรธแล้ว”
ก้อนหินในใจเหมือนตกลงสู่พื้น แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความหนักหน่วงจนหมดอยู่ดี ในใจเหยียนหลิงจวินยังคงกลัดกลุ้ม…
บทที่เขาคิดเตรียมจะพูดกับนางจนปวดสมองนับครั้งไม่ถ้วนในหลายวันนี้เหมือนกับกลับไปอัดแน่นอยู่ในใจ เกือบจะกลายเป็นแผลช้ำในของเขาแล้ว
ชั่วพร