ะไรเถิด ดังที่เจ้าปรารถนา ข้ารู้จักเพียงใต้เท้าเหยียนหลิง หัวหน้าสำนักหมอหลวงที่ยืนอยู่ตรงหน้าข้าในเวลานี้ เจ้าอยากใช้ฐานะนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร”
ฉู่สวินหยางเอ่ยจบก็ถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อย ก่อนจะหันตัวจะกลับไป
“ซินเป่า…” ทว่าเหยียนหลิงจวินกลับไม่ปล่อยแขนที่ทาบทับอยู่ตรงเอวนาง ขมวดคิ้วและมองใบหน้าของนางอย่างลุ่มลึก
“คำที่เจ้าพูด ข้าเชื่อทั้งหมด!” ฉู่สวินหยางเงยหน้าอย่างเสียมิได้ ไม่รอให้เขาปริปากก็เอ่ยพูดขึ้นมา แต่พูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เคลื่อนสายตาออกจากใบหน้าเขาอีกครั้ง มองไปยังสีท้องฟ้าที่มืดเทา “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากจะพูดกับเจ้าให้ชัดเจน ข้าไม่กลัวว่าเจ้าจะโกหกข้า และก็ไม่กลัวว่าเจ้าจะมีใจคิดวางแผนทำร้ายข้าหรือหลอกข้าแต่อย่างใด แต่เรื่องทั้งหมดนี้ต้องมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง…นั่นก็คือ ไม่ว่าใคร และไม่ว่าจะวางแผนทำร้ายแบบใด ก็ขอจงอย่าได้ทำอันตรายไปถึงท่านพ่อและพี่ชายของข้า นี่เป็นเส้นตายของข้า เหยียนหลิง ตอนนี้ เจ้ารับรองกับข้าได้หรือไม่ หากมีวันหนึ่ง…”
ที่พูดปาวๆ ว่าไว้ใจนั้น มันขัดแย้งกันตั้งแต่ต้นแล้ว
เขาไม่เคยคิดอยากจะแทนที่ท่านพ่อและพี่ชายในใจของนาง แต่ยามนี้เมื่อได้ยินนางป่าวประกาศคุณค่าของทั้งสองฝ่ายที่มีต่อนาง เหยียนหลิงจวินก็ยังรู้สึกว่าใจร่วงหล่นลงไปทันใด ราวกับตกลงไปในหุบเขาลึกก็มิปาน ความอึดอัดเดือนพล่านไปทั่วอณูหัวใจ
“ซินเป่า…” เขาเอ่ยพลางใช้นิ้