ลับไปถึงโม่เป่ยอย่างราบรื่น เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ ว่าทางที่เหลือจะเดินอย่างไร? หรือจะเฉกเช่นตอนนี้ที่เป็นหมากตัวหนึ่งในมือพี่ชายที่จะใช้เมื่อใดก็ใช้ จะทิ้งเมื่อใดก็ทิ้งอย่างนั้นหรือ?”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีสีหน้าผ่อนคลายลง แต่กัดปากไม่เอ่ยอะไร
ฉู่สวินหยางมองนางและค่อยๆ คลี่ยิ้มเล็กน้อยเช่นเดิม “องค์หญิงหก วันนี้วันมงคลขององค์ชายห้า ท่านในฐานะที่เป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขา ในยามนี้ก็ควรจะไปช่วยเขารับแขกในจวนจะมิเหมาะกว่าหรือ?”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีขมวดคิ้วอยู่ตลอด ในใจที่ตะเกียกตะกายมาช้านาน ผ่านไปครึ่งวันจึงยอมตัดสินใจและกัดฟันพูด “ใช่ งานมงคลพี่ห้าของข้า ทางนั้นข้ายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก ไม่อยู่คุยกับท่านหญิงต่อแล้ว”
ฉู่สวินหยางคลี่ยิ้ม พยักหน้าให้นางเล็กน้อย
ทั่วป๋าอวิ๋นจีเม้มปาก หันตัวไปทางอีกด้านของตรอกและเดินออกไป ทุกย่างก้าวของนางเชื่องช้า เชื่องช้าแต่เด็ดเดี่ยวแปลกๆ
องครักษ์นามเหล่าเฮ่อรีบวิ่งขึ้นมาอย่างร้อนรน และเอ่ยอย่างเป็นกังวล “องค์หญิง!”
“เรากลับไปเถิด!” ทั่วป๋าอวิ๋นจีเอ่ย
เหล่าเฮ่อตกตะลึง ไม่นานก็ได้สติ รีบเดินตามไป
อิ้งจื่อเดินจากด้านหลังมายืนหลังฉู่สวินหยางและเอ่ยเสียงเบา “แม้จะเสี่ยง แต่กลับเป็นโอกาสดีที่นางจะได้รับความพึ่งพาและไว้วางใจจากทั่วป๋าไหวอัน ในภายภาคหน้าหากทั่วป๋าไหวอันได้รับช่วงต่ออย่างราบรื่น มีนางอยู่ข้างๆ ท่านหญิงจะทำอะไรจะได้สะดวกขึ้น”
ตามที่ฉู่สวินหยางพูดก่อนหน้านี้ เ