นางท้าวมือทั้งสองไว้บนราวข้างๆ สายตามองไปยังห้องโถง โรงเหล้าที่เงียบสงัดและค่อยๆ เอ่ย “ขอโทษซื่อจื่อด้วย ข้ารู้ท่านมองการณ์ไกล แต่วันนี้หากมีคนในวังบูรพาของข้าเกี่ยวพันเข้าไปในเรื่องนี้ ท่านคงยากจะปัดความรับผิดชอบได้”
สีหน้าของฉู่ฉีเหยียนหนักหน่วงดั่งวารี มองนางไม่พูดไม่จา
ฉู่สวินหยางเมินสายตาเยือกเย็นของเขา ยิ้มและเอ่ยต่อ “เมื่อครู่ท่านกับข้าเดินเข้าประตูเรือนมีสุขมาด้วยกัน เถ้าแก่และบ่าวที่นี่ต่างเป็นพยาน หากกลับลำเอาตอนนี้คงสายไปเสียแล้ว ท่านจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่ปิดบังเรื่องเลว ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย เชิญท่านด้านในเสียจะดีกว่า!”
นางพูดพลางหันตัวไปดันประตูห้องพักด้านหลังออก
เมื่อประตูใหญ่เปิดออก เหยียนหลิงจวินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างก็เหลือบตามอง แต่ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนใดๆ และยังมองหนีไปนอกหน้าต่าง
เขาว่าแล้ว จู่ๆ นางนัดเขามาคงไม่ใช่เรื่องดีแน่
และก็จริงตามคาด โดนรู้ทันเสียแล้ว
ฉู่ฉีเหยียนยืนกวาดตามองร่างของสองคนนั้นอยู่หน้าประตู ผ่านไปครู่หนึ่งแล้วก็ยังไม่ขยับ
ฉู่สวินหยางเดินเข้าไปอย่างไม่คิดอะไร ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ใต้เท้าเหยียนหลิงรสมือปรุงชาเลิศล้ำนัก ซื่อจื่อมาลองคงไม่เสียหายอะไร อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ ดื่มชาร้อนๆ ไป ชมทิวทัศน์ท้องถนนไป นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว!”
ทั้งเหยียนหลิงจวินและฉู่ฉีเหยียนก็ไม่มีใครค้าน มีนางเท่านั้นที่พูดเจื้อยแจ้วยิ้มแย้มอยู่คนเดียว ไม่