หลังจากนั้นหลายวันก็เว้นเสียไม่ได้ ที่จะต้องไปอวยพรปีใหม่ต่อญาติสนิทมิตรสหาย
ฐานันดรของฉู่อี้อันสูงส่งนัก หาต้องออกวิ่งไปทั่วเองไม่ แค่ให้พี่น้องจวนอ๋อง จวนองค์หญิงของพวกฉู่สวินหยางไปเป็นพิธีก็พอแล้ว
แม้สองพี่น้องสกุลซูจะไม่ค่อยถูกกับฉู่สวินหยางนัก แต่สาส์นของทางจวนซูและทั่วป๋าไหวอันก็ยังส่งมายังวังบูรพาตามเดิม
พอเดินทางอวยพรปีใหม่เสร็จทั้งสัปดาห์ วันที่ห้าพักหนึ่งวัน วันที่หกก็ถึงพิธีสมรสของฉู่หลิงอวิ้นและซูหว่านแล้ว
เช้าตรู่วันนั้นฉู่อี้อันก็ถูกฮ่องเต้เรียกตัวเข้าไปในวัง ฝั่งทั่วป๋าไหวอันก็มีหวงจ่างซุนฉู่ฉีฮุยไปในนามญาติผู้ใหญ่ ด้านฉู่ฉีเฟิงก็พาฉู่เยว่หนิงและฉู่เยว่ซินไปจวนอ๋องหนานเหอช่วยฉู่หลิงอวิ้นแบกหน้า
เหมือนกับที่ซูหลินคิดเอาไว้ไม่มีผิด แขกชั้นสูงที่มาอวยพรในวันนี้เหมือนกับเทกระจาดไปอีกด้าน ในพิธีเห็นได้ชัดว่าแขกส่วนใหญ่ล้วนจับจ้องไปทางด้านทั่วป๋าไหวอันและตระกูลซู ทั้งสองตระกูลแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตั้งใจจัดเตรียมทุกเรื่องของงานแต่งอย่างเต็มกำลัง
เมื่อเช้า ฟ้ายังไม่ทันสาง จวนอ๋องหนานเหอก็เปิดจวนแล้ว ฉู่ฉีเหยียนนำหลี่หลินเคียงกายออกจากจวนไปยังเรือนมีสุขทางทิศใต้
หัววันฟ้ามืดหมอกลงจัด พื้นดินขาวโพลนไปทั่ว แสงตะเกียงของพวกชาวบ้านที่แขวนไว้ใต้หลังคาก็สะท้อนแสงมาส่องตา
ฉู่ฉีเหยียนสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ตลอดทางใจลอยคิดเรื่องอื่นไปเรื่อยเปื่อย เมื่อเดินทางไปได้ครึ่งชั่วยาม ฟ้าก็ค