เอ่ยตอบ…
คำพูดของฮ่องเต้นั้นเอ่ยกับเขา แต่ไม่ได้ต้องการคำตอบจากเขา
สายตาของเขาทอดไกลออกไปนอกตำหนัก มองเงาหลังที่ยิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ
ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเบือนสายตาหนี
คังจวิ้นอ๋องผู้นี้ไม่แปลกเลยที่จะเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ มัดใจของพระองค์ไว้อยู่หมัดเช่นนี้ ไม่มีแม้แต่ข้อบกพร่องใดใด
ตามจริงเขาจะเอาเรื่องที่ไปยุยงซูหลินมาขอความดีความชอบจากฮ่องเต้ก็ย่อมได้ ยามนั้นฮ่องเต้ไม่เพียงจะไม่ลงโทษ อีกทั้งยังให้รางวัลแก่เขาด้วย แต่เมื่อทำเช่นนี้ ความดีความชอบที่ตั้งใจวางแผนฮ่องเต้ก็ทรงเห็น แม้ฮ่องเต้จะไม่อาจหาข้อผิดจากเขาได้ ในใจคงก่อกำแพงนำเรื่องทั้งหมดโยนให้กับเจตนาส่วนตัว แต่เมื่อบอกว่าเป็นการกระทำที่ปกป้องฉู่สวินหยาง ถือเป็นการเผยจุดบอดของตนต่อหน้าฮ่องเต้ ให้ฮ่องเต้ได้รู้อุปสรรคข้อผิดของเขา ทำให้วางใจได้ทั้งสองฝ่าย อีกอย่าง…
การสารภาพของเขา ตรงกับปรารถนาของฮ่องเต้ไปกว่านี้มิได้แล้ว
ทว่ายามนี้
ต้องบอกว่ายามนี้อารมณ์ของฮ่องเต้สับสนเป็นอย่างมาก ทางหนึ่งอยากชุบเลี้ยงผู้สืบทอดราชาแผ่นดินที่ไร้ซึ่งข้อบกพร่องใดใด แต่ในเวลาเดียวกัน…
ตำแหน่งของเขาในเวลานี้ไม่ใช่ว่าอยากจะให้ใครเป็นก็ได้ ฉะนั้นการสารภาพของฉู่ฉีเฟิงนี้กลับทำให้เขารู้สึกมีประโยชน์มาก
เพียงความเคยชินหลายปีมานี้ เขากลับยังสงสัยว่าคำพูดนี้ของฉู่ฉีเฟิงเป็นคำพูดที่ออกมาจากใจหรือว่ามีจุดประสงค์อื่น
พระราชโองการอภิเษกก็ออกมาแล้ว เรื่องนี้ก็พัก