แต่เห็นบทเรียนของฉู่หลิงอวิ้นแล้ว ซูหลินจึงเตรียมการป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ จับตามองนางอย่างถี่ถ้วนเป็นที่สุด จัดล้อมจวนในสามชั้นนอกสามชั้นไว้อย่างแน่นหนา ไม่ให้ภายในเล็ดลอดสิ่งใดออกไปแม้กระทั่งเสียงลม…
โทษดูแคลนบุญคุณกษัตริย์ ตระกูลซูของพวกเขานั้นรับไว้ไม่ไหวแน่!
“พี่ใหญ่ เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ข้าไม่อยากแต่งไปโม่เป่ย! ที่ที่คีรีสูงหนทางยาวไกลนกไม่ออกไข่[1]เช่นนั้น ถ้าข้าไปแล้วคงอยู่ไม่รอดแม้แต่วันเดียว ท่านอยากเห็นข้าตายทั้งเป็นหรืออย่างไรกัน?” ในห้อง ซูหว่านคุกเข่าจับชายเสื้อของซูหลินร้องไห้ยกใหญ่
ซูหลินสีหน้าเย็นชา มองนางโดยไม่ปริปาก ไม่ว่านางจะร้องโวยวายเช่นไรก็ไม่ขยับเคลื่อนไปไหน
ซูหว่านตะโกนจนเสียงแหบไปหมด ก่อนจะกระโดดลุกขึ้นมาอย่างไม่มีวิธี และไปหยิบแจกันดอกไม้ข้างชั้นฟาดลงไปที่พื้นเต็มแรง
น้ำของดอกไม้กระเด็น เครื่องเคลือบกระเบื้องแตกกระจายไปทั่วพื้น
สุดท้ายซูหลินโดนนางทำอารมณ์เสีย เบ้ปากอย่างเย็นชา ก่อนเอ่ยประชดประชัน “ทำไมกัน เจ้าเลียนแบบฉู่หลิงอวิ้นที่อาละวาดจะจบชีวิตเลยหรือ”
เดิมซูหว่านเตรียมจะโค้งตัวไปเก็บเศษกระเบื้องพวกนั้น เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้ามามองยิ้มประชดกับดวงตาที่เยือกเย็นของเขา ทำให้นางหยิบจับไม่ถูก และนั่งลงไปบนเก้าอี้ ก่อนจะเอ่ยด้วยความโกรธ “อย่างไรเสียข้าก็ไม่แต่ง !”
ซูหลินก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งอื่น ล้วงมือไปในกระเป๋าเสื้อหยิบพระราชโองการสีเหลืองสว่างที่ม้วนอยู