่ด้านในโยนมาตรงหน้านาง “เจ้าไม่อยากแต่งใช่หรือไม่? ได้! พระราชโองการอภิเษกของฝ่าบาทอยู่นี่แล้ว เจ้าก็ถือเข้าวังไปขอยกเลิกเองเถอะ ต่อไปเจ้าว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ข้าจะไม่บังคับเจ้าอีก!”
น้ำตาของซูหว่านไหลนองลงมาบนหน้า มองพระราชโองการนั้นด้วยความตะลึง สักพักก็ล้มลงไปร้องห่มร้องไห้บนโต๊ะอย่างอดไม่ได้
พระราชโองการของฮ่องเต้ นางจะกล้าไปขัดได้อย่างไร
“พอเถิด” ซูหลินรู้ว่านางมีนิสัยรักตัวกลัวตาย เมื่อตวาดไปแล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นมา “เอาเวลาคิดว่าคืนวานนี้เกิดเหตุอันใดขึ้นดีกว่า”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น” ซูหว่านเอ่ยอย่างโมโห ร้องเสียงแหลม “ยามนั้นที่นั่นฆ่าอย่างมืดฟ้ามัวดิน ข้าไร้สติไปนานแล้ว พอข้าตื่นมาท่านก็อยู่ที่นี่แล้ว แล้วยังบอกว่าจะบังคับข้าให้แต่งงานกับคนอื่น ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้อะไรทั้งสิ้น!”
หลังจากที่โหวกเหวกโวยวายด้วยความโกรธเสร็จ นางก็รู้สึกเหมือนคิดอะไรออก เงียบเสียงร้องและหันหน้ามองทางซูหลินอย่างถึงบางอ้อ “คำพูดนี้ของพี่ใหญ่หมายความว่าอย่างไร ที่แท้ท่านสงสัย…”
ซูหลินยิ้มเจื่อน สายตาจับจ้องไปทางเรือนด้วยความมืดครึ้ม “ยามเช้าวันนี้ ศาลาว่าการพระนครส่งคนให้ส่งจดหมายไปตรวจสอบศพขององครักษ์ที่ถูกฆ่าเมื่อคืนนี้ หูกวงอยู่ไม่เห็นร่างตายไม่เห็นศพ[2] หลังจากคืนวานก็หายไป”
หูกวงก็คือหัวหน้าองครักษ์ที่ออกไปสำรวจเหตุการณ์ทั้งหมดแทนเขา
ซูหว่านเบิกตาโพลงอย่างไม่ค