บ!
แต่ทำไม…
เขากลับเอ่ยย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าการกระทำครั้งนี้ของเขาเป็นเพียงเจตนาส่วนตัวที่ปกป้องฉู่สวินหยางเท่านั้น
สีหน้าของฮ่องเต้สงบลง ดีใจหรือโกรธยากจะมองออก เมื่อมองชายหนุ่มที่คุกเขาอยู่ตรงหน้า สายตาที่มองก็เปลี่ยนไปหลายต่อหลายครั้ง สุดท้ายจึงถอนหายใจเบาๆ และเอ่ย “ฉีเฟิงเอ๋ย เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ไม่ควรต้านเพียงเพราะเรื่องส่วนตัวเล็กๆ นี้ แม้ใจรักหวงแหนสวินหยางนั้นจะมีค่านัก แต่ในยามเดียวกันเจ้าก็ควรรู้ว่าจากฐานะที่พ่อของเจ้าเป็นอยู่ในยามนี้ และจากฐานะของเจ้ายามนี้ เจ้าพูดจาเช่นนี้…ช่างทำให้ปู่ผิดหวังยิ่งนัก!”
ฉู่ฉีเฟิงเงยหน้าสบสายตาของฮ่องเต้ สีหน้ายังคงราบเรียบตามเดิม “เสด็จปู่เป็นผู้มองการณ์ไกล ฉีเฟิง…แค่ทำตามสิ่งที่ควร”
ฮ่องเต้เบือนสายตา ขยับมุมปากเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงโบกมือเบาๆ “เจ้าออกไปเสีย แล้วกลับไปคิดดีๆ เถิด!”
เมื่อไม่ได้สั่งลงโทษอย่างชัดเจน ก็หมายถึงเรื่องนี้คงไม่เอาความอะไรมาก
“พ่ะย่ะค่ะ! ฉีเฟิงทูลลา!” ฉู่ฉีเฟิงก้มหัวตนอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นออกไป
ฮ่องเต้พิงไปยังพนักพิงเก้าอี้ สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเขาอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าหนุ่มนี่ เจ้าว่าข้าควรชื่นชมที่เขามีแผนการ หรือว่าควรชมเชยที่เขามีจิตใจดีกัน”
ในยามนี้ ในตำหนักไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงหลี่รุ่ยเสียงที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาเท่านั้น
หลี่รุ่ยเสียงยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ได้