าที่หนึ่ง คงจะทำเพื่อปกป้องเข้าข้างสวิน
หยางโดยมิสนใจความเป็นความตายของท่านหญิงซูมิได้หรอกกระมัง ในเมื่อไม่ว่าถึงอย่างไรก็เป็นผลลัพธ์เดียวกัน เหตุใดจึงต้องให้สวินหยางแบกชื่อเสียงเข้าไป แล้วเหตุใดจะต้องให้เสด็จปู่ผิดคำพูดต่อหน้าผู้อื่นเล่า”
เรื่องของซูหว่าน ฮ่องเต้เองโดนทั่วป๋าไหวอันโจมตีอย่างมิทันตั้งตัว ตามจริงถึงยามนี้ที่ใช้วิธีเช่นนั้นจัดการ นับว่าเป็นการลดผลกระทบให้น้อยลงที่สุดแล้ว
ฉู่ฉีเฟิงยุยงให้ซูหลินเข้าวังฟังพระราชโองการ นี่ก็นับว่าเป็นผลพลอยได้
ฮ่องเต้เงียบไปพักหนึ่ง ไม่รู้ควรทำอย่างไร ผ่านไปได้สักพักจึงเอ่ยเสียงต่ำ “เจ้าบอกว่าที่เจ้าทำเช่นนี้ ทำเพื่อสวินหยางอย่างนั้นหรือ”
“ขอรับ เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเจตนาส่วนตัวของฉีเฟิง ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ฉีเฟิงคิดต้านไม่ฟังคำสั่งของเสด็จปู่นั้นผิดจริง ฉีเฟิงมิกล้าแก้ต่างให้ตนเอง ขอเสด็จปู่ประทานโทษทัณฑ์แก่หลานด้วยเถิด” ฉู่ฉีเฟิงเอ่ย
ตามจริงเรื่องนี้จะดีจะร้ายอย่างไรก็นับว่าช่วยฮ่องเต้ไว้ มิเช่นนั้นก็ทำตามที่เขาบอกเมื่อครู่ ประการแรกหากให้ฮ่องเต้ออกพระราชโองการอภิเษกให้กับฉู่สวินหยางและทั่วป๋าไหวอัน ต่อมาซูหลินอาละวาดอีก พระราชโองการก็คงต้องล้มไม่เป็นท่าเหมือนเก่า เมื่อถึงยามนั้นสิ่งที่จะเสียก็คือความน่าเกรงขามของราชวงศ์และหน้าขององค์ฮ่องเต้เอง
หากเขาใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างกับฮ่องเต้ ไม่เพียงจะไม่มีความผิด กลับกันยังได้ความดีความชอ