แม้ฉู่ฉีเหยียนจะทำเรื่องรอบคอบ แต่นิสัยกลับเก็บกดเงียบไว้ภายในเกินไป
คงจะเป็นเพียงแค่ความบังเอิญ เดิมทีตัวฮ่องเต้เองก็เป็นคนนิสัยเช่นนี้ ถึงยามนี้ก็อายุมากแล้ว ทว่ากลับทนดูนิสัยที่ค่อนข้างคล้ายตนของฉู่ฉีเหยียนไม่ลง
ฉู่ฉีเฟิงคุกเข่าอยู่ด้านหน้า ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกและถ่อมตัวใดใด ทว่าท่าทีกลับเผยให้เห็นถึงเจตนาซื่อสัตย์จริงใจ
ฮ่องเต้จิตล่องลอยไปเล็กน้อย และหยิบถ้วยชาบนโต๊ะมาจิบหนึ่งอึก ก่อนจะเอ่ย “เจ้าพูดปาวๆ กับข้าว่าไม่กล้า ทว่ากลับกล้าดีไปทำเรื่องที่มิควรทำมาก่อนแล้ว ยามนี้ที่นี่ไม่มีคนนอก เจ้าบอกข้าเสียหน่อยเถิด ว่าในใจเจ้าคิดอย่างไรกัน”
“สวินหยางเป็นน้องสาวของหลาน!” ฉู่ฉีเฟิงเอ่ย พลางเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฮ่องเต้
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไร หยิบถ้วยชาขึ้นมาเป่าข้างปากและดื่มต่อ
“มีเรื่องของท่านหญิงซูเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว แม้ไม่มีหลานสอดมือเข้าไปตาม มินานซูซื่อจื่อก็ต้องเข้าวังขอเข้าเฝ้าเป็นแน่” ฉู่ฉีเฟิงเหมือนกับไม่ได้สังเกตสีหน้าของฮ่องเต้ และยังคงเอ่ยต่อ “หลานยอมรับว่าเรื่องนี้หลานมีเจตนา ส่วนตัวแฝงจริง ใจหนึ่งก็เพียงมิอยากให้สวินหยางหลุดเข้ามาในวังวนนี้ แต่ถ้ามองอีกมุม หากซูซื่อจื่อมิได้ มาหยุดเรื่องนี้ก่อน รอจนเสด็จปู่ออกราชโองการอภิเษกให้สวินหยาง เมื่อเขารู้เรื่องนี้ ยามนั้นเสด็จพ่อจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เสด็จปู่เป็นถึงราชาแห่งแผ่นดิน ล้วนต้องให้ประชาชนม