ฝ่าบาท!” หลี่รุ่ยเสียงขานรับคำสั่งแล้วเดินออกไป
ทั่วป๋าไหวอันและซูหลินโดนเรียกเข้ามาด้านในห้องทรงอักษรอีกครั้ง ใช้เวลาอยู่ด้านในนานพอสมควร ด้านในห้องมีเพียงหลี่รุ่ยเสียงที่คอยรับใช้ฮ่องเต้อยู่ผู้เดียว เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างพวกเขาสามคน พูดคุยอะไรไปหาได้มีผู้ใดรู้ด้วยไม่
ก่อนหน้านี้เหยียนหลิงจวินก็เดินทางกลับออกจากห้องทรงอักษรไปยังสำนักหมอหลวงมาแล้วหนึ่งรอบ แต่หมอหลวงในสำนักแต่ละคนนั้นต่างก็สังเกตเห็นว่าใต้เท้าหน้าเนื้อใจเสือของพวกเขาที่ปกติจะยิ้มหน้าละมุนละม่อมตลอดเวลา วันนี้สีหน้าท่าทางกลับผิดปกติไป รอยยิ้มบนใบหน้าน้อยลงกว่าเดิม เวลาทักทายผู้คนก็จอมปลอมจนเห็นได้ชัด จนถึงขนาดไม่สามารถพูดความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้ ยิ่งกว่านั้นยังเหมือนราวกับเจอเรื่องไม่ดีมาจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เหยียนหลิงจวินกลับมาสำนักหมอหลวงรอบหนึ่ง แต่ก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเจอใครพูดอะไรกับใครไป ในใจเอาแต่จดจ้องอยู่กับเวลา เมื่อคิดว่าเรื่องทางห้องทรงอักษรนั้นใกล้จะเสร็จ ก็รีบเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาแล้วจากออกมา
คำนวณเวลาไว้ได้อย่างดิบดี มองเห็นรถม้าของวังบูรพากำลังเคลื่อนพลกลับไปอยู่ไกลๆ พอดี
จิตใจของเขาร้อนรน รีบควบม้าวิ่งออกไป ชิงหลัวที่บังคับอยู่บนรถม้าห้ามเอาไว้ไม่ทัน ก็โดนเขาสะบัดแส้ม้าใส่จนล้มลงไปที่พื้น
ในเวลานี้เหยียนหลิงจวินคิดอยากคุยเรื่องเข้าใจผิดนั้นให้ชัดเจนอย่างเดียว เขากระโดดข้ามโครงที่เชื่อมระหว่