างม้าและตัวรถไป แล้วจับบังเหียนเอาไว้
“ซินเป่า…” เขาสูดหายใจเข้าลึก หันหลังไปเปิดประตูรถม้าออก แล้วก้มตัวเข้าไป เจอเข้ากับชิงเถิงที่อึ้งจนพูดไม่ออกมองหน้าเขาอยู่
ภายในตัวรถกว้างมาก แต่กวาดตามองรอบเดียวก็เห็นทุกอย่าง เขากลับพบเห็นชิงเถิงอยู่เพียงผู้เดียว
ชิงเถิงกำลังตกใจอยู่เหตุการณ์กะทันหันตรงหน้ามาก อ้าปากค้างไม่เอ่ยคำพูดใดขึ้นสักคำ
ส่วนใต้เท้าเหยียนหลิงผู้ซึ่งไม่เคยเผยความตกใจกลัวให้ใครเคยเห็น ก็โค้งตัวมือจับไว้ที่เข่ายืนค้างอยู่ระหว่างที่บังคับม้าและประตูรถอยู่นานสองนาน ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้…
ใบหน้าเต็มไปด้วยความเก้อเขินทำตัวไม่ถูก!
เดินก้มตัวเข้าไปเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ? แต่คนที่เขาต้องการตามหาไม่ได้อยู่ด้านในนี่!
เดินจากออกไปอย่างไม่เอ่ยคำใดขึ้นงั้นรึ? ไม่เพียงแต่จะเสียหน้า แต่ยังหงุดหงิดอีก!
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ชิงหลัวก็รีบวิ่งตามเข้ามาอย่างรวดเร็ว พูดเตือนเขาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ใต้เท้าเหยียนหลิงเจ้าคะ ท่านหญิงของพวกข้าไม่ได้อยู่บนรถหรอกเจ้าค่ะ!”
เหยียนหลิงจวินดึงสติกลับมาอย่างชาญฉลาด นิ่งเงียบกำลังจะลุกตัวขึ้นถอยออกไป พลันได้ยินเสียงหัวเราะอันคุ้นเคยกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กผู้หญิงดังขึ้น “ท่านพ่อโต้รุ่งมาทั้งคืน ดูสิขอบตาดำหมดแล้ว กลับไปพักเถอะเจ้าค่ะ ปีใหม่ทั้งที อย่าเพิ่งไปสนใจพวกเอกสารน่ารำคาญพวกนั้นเลย”
เขาหันไปยังทิศทางที่มาของเสียง ก็เห