ฉู่หลิงอวิ้นไม่ยอมถอย ฉู่สวินหยางเองก็ไม่รีบร้อน หันไปกำชับกับชิงเถิงว่า “ฮูหยินใหญ่ใกล้จะมาแล้ว เจ้าพาพวกเขาเอาของไปไว้บนรถม้าก่อนเถิด แล้วดูว่าน้องสี่ทางนั้นมีเสื้อผ้าสะอาดชุดใหม่หรือเปล่า ยืมมาให้ข้าหน่อยสักชุดหนึ่ง”
“เจ้าค่ะ ท่านหญิง!” ชิงเถิงขานรับคำสั่ง แล้วพาข้ารับใช้ยกของขวัญหนักอึ้งเดินออกไป
ฉู่หลิงอวิ้นมองซุปรังนกที่แข็งเป็นก้อนบนพื้น หัวเราะเยาะเย้ยขึ้นว่า “ท่านหญิงหลัวผู้นั้นนี่ช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย ไม่ยอมคิดให้ถี่ถ้วน ทำไมถึงได้กล้าชนใส่ฉู่สวินหยางได้เนี่ย ก็แค่ของขวัญรางวัลนิดๆ หน่อยๆ จำเป็นต้องโกรธกันถึงขั้นนี้ด้วยหรือนี่?”
“เจ้าพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก!” ฉู่สวินหยางไม่ยอมความ นางยิ้มตอบอย่างเกรงขาม เดินไปยืนขนาบข้างอีกฝ่ายอยู่ด้านหลังระเบียงทางเดิน “นางควรเจียมตัวเองให้มากกว่านี้ ริอาจแก่งแย่งความดีความชอบของท่านหญิงอันเล่อ ถึงแม้ท่านหญิงอันเล่อใกล้จะออกเหย้าออกเรือนแล้วก็ตามที เพราะวันหลังคงไม่มีเวลาว่างมาเข้าวังมาอยู่เป็นเพื่อนฮองเฮาแล้ว จึงได้มีคนคอยจ้องมองตำแหน่งนี้กันตาเป็นมัน แต่ฮองเฮาเองก็สนใจแต่ท่านหญิงอันเล่อเพียงผู้เดียวเท่านั้น!”
ฉู่หลิงอวิ้นน่ะหรือช่วยนาง? เพียงเพื่อเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เนี่ยนะ? ที่แท้ฉู่หลิงอวิ้นทำไปก็เพราะความแค้นส่วนตัวเท่านั้นแหละ!
แววตาของฉู่หลิงอวิ้นเย็นชาลง ชายตามองมาที่นาง ยิ้มแล้วพูดขึ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมืดมน “ฉู่สวินหยาง เจ