ความคิดของฮ่องเต้ถูกขัดขึ้นอีกครั้ง พระองค์ขมวดคิ้วหันไปมองอย่างไม่สบอารมณ์
เหยียนหลิงจวินไม่ยอมเงยหน้าขึ้น ฝังเข็มในมือต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันนั้นเองนิ้วมืออีกข้างหนึ่งของเขา ที่กำลังจับชีพจรบนแขนของฮ่องเต้อยู่นั้น สัมผัสได้ถึงแรงดันขึ้นจากภายใน เขาจึงใช้เข็มยาวทิ่มทะลุนิ้วกลางของฮ่องเต้ จากนั้นเลือดก็ไหลออกมาไม่หยุด เลือดสีแดงเข้มที่เห็นชัดได้เลยว่าเต็มไปด้วยพิษร้าย
ใบหน้าของฮ่องเต้จึงค่อยๆ นิ่งสงบลง
คนที่เหลือไม่ส่งเสียงเอ่ยคำพูดใดขึ้น ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง
แววตาของฮ่องเต้ทอดมองยาวออกไปอีกครั้ง สังเกตได้ชัดเลยว่าเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่บทสนทนาเมื่อครู่ราบรื่นไปได้สวย เผยรอยยิ้มให้เห็นบนใบหน้า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เรื่องนี้ก็ตกลงตามนี้แล้วกัน…”
“ฝ่าบาท กระหม่อมขอตัวลาก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักจะให้คนนำยามาให้” เหยียนหลิงจวินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
ฮ่องเต้พึงพอใจในตัวเขาพอสมควร ไม่ได้คิดอะไรมาก จึงโบกมืออนุญาต
เมื่อเลือดพิษถูกขับออกมาแล้ว เหยียนหลิงจวินก็หาข้ออ้างอย่างอื่นที่จะอยู่ต่ออีกไม่ได้ หากดึงดันฝังเข็มเพื่อการอื่นหรือถ่วงเวลาเขียนรายการยาบำรุงให้อีกล่ะก็ ทำแบบนั้นจะมีพิรุธมากเกินไป ยากที่จะรับประกันได้ว่าฮ่องเต้จะไม่เกิดความสงสัยระแวงขึ้น
เดินทีวันนี้เขาก็แค่อยากหาโอกาสมาพบเจอฉู่สวินหยาง เพื่ออธิบายเรื่องเมื่อคืนก่อนให้ชัดเจนเท่านั้น คิ