ดไม่ถึงว่าคนจากวังบูรพาจะส่งข่าวมาให้เขา บอกว่าฉู่สวินหยางโดนหลัวฮองเฮาเรียกตัวเข้าพบเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง เมื่อรวมกับเหตุการณ์เมื่อคืนแล้ว เป้าหมายที่หลัวฮองเฮาทำแบบนี้ เขาเองก็พอจะเดาได้เจ็ดถึงแปดส่วน ตอนนั้นเขาเลยอดใจรอเจอนางด้านนอกวังไม่ไหว จึงหาข้ออ้างมายังห้องทรงอักษรให้ได้
ที่จริงดูจากสถานะของเขาแล้ว เขาไม่มีสิทธิมีปากเสียงในเรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ ถึงเข้ามาก็ทำได้เพียงมองดู แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นของตน เมื่อรู้ว่านางอยู่ด้านในก็ดึงดันที่จะเข้ามาให้ได้
ฉู่สวินหยางคุกเข่ายืดตัวตรงอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าสงบเสงี่ยม เปลือกตาปิดลงไปกว่าครึ่ง ไม่เผยให้เห็นความรู้สึกใด
เหยียนหลิงจวินเข้าใจดี ไม่ว่าการตัดสินใจนี้จะมาจากความยินยอมของตัวนางเอง หรือว่าคิดถึงผลประโยชน์โดยรวมของวังบูรพา ในท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้มันก็จบลงอย่างไม่สวยอยู่ดี แต่ถึงเป็นเยี่ยงนั้น คำพูดชัดเจนไม่ลังเลที่ได้ยินเมื่อครู่ กลับทำให้เขารู้สึกอัดอั้นเป็นอย่างมาก เจ็บปวดราวกับโดนเม็ดทรายเสียดสีทิ่มแทง อดทนปิดกั้นความรู้สึกโกรธที่บอกไม่ถูกเอาไว้ไม่ได้จนแทบจะระเบิดปะทุออกมา
ถึงแม้มันจะเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง แต่พูดตามจริงเขาก็ไม่อยากได้ยินคำพูดนี้แม้แต่น้อย
เหยียนหลิงจวินถือกล่องยาเดินออกไป แววตาของเขาสับสนวุ่นวาย แต่หางตากลับมองใบหน้าด้านข้างของฉู่สวินหยางอย่างไม่ลดละ
สีหน้าของนางเงียบสงบ คุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต