้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทรงอักษรราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น สีหน้าของนางบ่งบอกไม่ได้เลยว่า นางตั้งใจที่จะเล่นแง่ หรือยังคิดถึงเรื่องเหตุการณ์เมื่อคืนอยู่กันแน่
จิตใจของเหยียนหลิงจวินร้อนรนเป็นอย่างมาก แต่กลับไม่สามารถพูดคำใดออกมาได้ ทำได้เพียงเดินเฉียดไหล่ของทั่วป๋าไหวอัน แล้วหันไปยิ้มกล่าวขึ้นว่า “ได้ยินว่าองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บ หากต้องการความช่วยเหลือแล้วล่ะก็ อย่าได้คิดเกรงใจนะขอรับ”
ทั่วป๋าไหวอันขมวดคิ้วขึ้น พลางมองรอยยิ้มอย่างใจกว้างเหมือนอย่างปกติของเขา แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เขาไม่ได้ยิ้มออกมาจากใจจริง แววตานั้นมีความรู้สึกน่าเกรงขามและเยาะเย้ยอยู่ด้วย เห็นได้ชัดเลยว่า…
เขากำลังส่งสายตาเตือนอยู่
สายตาของทั่วป๋าไหวอันหันไปมองร่างกายของฉู่สวินหยางที่อยู่ด้านหลังเขา จู่ๆ ในใจก็รู้สึกแย่ไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
แววตาของเขาเย็นชาลง เบนสายตาออกอย่างไม่แยแส “แค่แผลเล็กน้อย ไม่ต้องรบกวนใต้เท้าเหยียนหลิงหรอกขอรับ!”
เหยียนหลิงจวินยิ้ม จากนั้นก้าวเท้าเดินออกไป
ทางฝั่งฮ่องเต้เองก็อารมณ์ดี รื้อฟื้นรำลึกความหลัง พูดกับฉู่อี้อันขึ้นว่า “ในเมื่อเด็กทั้งสองคนเขามีใจให้กันแล้ว…”
เมื่อฉู่สวินหยางได้ยินดังนั้น มุมปากก็กระตุกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว…
มีใจงั้นรึ? นางและทั่วป๋าไหวอันมีใจให้กันจริง ถึงแม้จะไม่ได้พบกันต่อหน้า แต่ก็เจอกันสะสางเรื่องราวด้วยกันลับหลังมาแล้วหลายครั้ง มันไม่ได