องเต้ให้ความสำคัญกับร่างกายของตนเป็นอย่างมาก คิดอยู่สักพักก็ไม่ปฏิเสธเรื่องตรงหน้า บอกให้คนเรียกตัวเขาเข้ามา
เหยียนหลิงจวินสวมชุดขุนนางสีแดงเลือดหมูเดินเข้ามา ก็ไม่รู้เหมือนกับว่าเป็นเพราะสีของชุดหรือเปล่า ทำให้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมืดมน เขาทำความเคารพฮ่องเต้ จากนั้นหันไปยกมือคำนับฉู่อี้อัน “องค์รัชทายาท!”
ในขณะที่โค้งตัวลงทำความเคารพ สายตาของเขาก็เลิกมองขึ้นไปยังทิศทางที่ฉู่สวินหยางยืนอยู่
ฉู่สวินหยางรู้สึกได้ จึงยิ้มกว้างให้เขาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
เหยียนหลิงจวินตะลึง เขาเองคิดไม่ถึงเช่นเดียวกัน เมื่อเขาเหม่อลอยไป สองมือที่ ‘คำนับ’ อยู่นั้นก็ค้างไว้นานเกินความจำเป็น
ฮ่องเต้สงสัย จึงกระแอมออกมา
เหยียนหลิงจวินรีบดึงสติกลับคืน ถือกล่องยาแล้วเดินเข้าไป
ร่างกายของฮ่องเต้ไม่สู้ดีเท่าไหร่ เอนกายพิงลงบนพนักเก้าอี้ พลางพูดกับทั่วป๋าไหวอันถึงความคิดที่เขาจะปลอบขวัญผู้คนยังไงต่อ พลางถลกแขนเสื้อขึ้นให้เหยียนหลิงจวินฝังเข็มเพื่อขับไล่พิษ
คำพูดที่ต้องพูดก็ได้กล่าวไปหมดแล้ว เขาแสดงความต้องการออกอย่างชัดเจน ถึงแม้ทั่วป๋าไหวอันจะรู้ดีอยู่แก่ใจก็ตาม ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาไม่มีหลักฐาน ถึงแม้จะมีก็…
ตอนนี้เขาตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย เขาจะทำอะไรได้? ในท้ายสุดแล้วก็ทำได้เพียงแสดงความสามารถออกมาให้เห็นก็เท่านั้น!
เมื่อฮ่องเต้รู้สึกว่าพอประมาณแล้ว จึงกระแอมไอแล้วพูดขึ้นว่า “หาได้ยากที่จะเห็นเจ้าใจกว้า