ฉู่สวินหยางยังคงก้มหน้าลงต่ำ ไม่เผยให้เห็นสีหน้าใดๆ เมื่อนางได้ยินคำพูดดังนั้นก็คิดอยู่ครู่ใหญ่ ในท้ายที่สุดจึงลุกขึ้นคุกเข่าทำความเคารพหลัวฮองเฮา จากนั้นพูดขึ้นว่า “เสด็จย่าทรงคิดแทนหลานอย่างรอบคอบ สวินหยางรู้สึกขอบพระทัยยิ่งนัก เดิมทีเรื่องนี้ก็ต้องฟังคำพูดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ของแม่สื่อแม่ชักอยู่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างให้เสด็จย่าจัดการได้เลยเพคะ!”
หลัวฮองเฮาตะลึง
พระองค์เตรียมใจไว้แล้วว่าเด็กคนนี้จะปฏิเสธอย่างแน่นอน ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบรับในทันทีเยี่ยงนี้
ควรจะโล่งอกโล่งใจด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในเวลานี้ภายในใจของหลัวฮองเฮากลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่นานนักก็ยิ้มอ่อนโยนขึ้นเต็มไปด้วยความรัก โอบอุ้มมือของสวินเหยาเอาไว้แล้วพูดว่า “เจ้าเป็นคนเข้าใจง่ายดี ไม่ทำให้ข้าเสียเวลาเตรียมการแทนเจ้าไปอย่างเปล่าประโยชน์!”
ฉู่สวินหยางยิ้มขึ้นเล็กน้อย ท่าทางให้ความเคารพนับถือ
หลัวฮองเฮาจับมือสวินหยางไว้ แล้วพูดเอาอกเอาใจขึ้นอย่างเหม่อลอยอีกสองประโยค เมื่อเห็นว่าใกล้ได้เวลาพบปะกับนางสนมและญาติผู้หญิงในตระกูลแล้ว ฉู่สวินหยางดึงมือของตนกลับ ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “เสด็จย่ายังมีธุระต้องจัดการต่ออีก หลานขอตัวลาก่อนนะเพคะ”
หลัวฮองเฮาแสดงละครมาตั้งนาน เนื้อหนังบนหน้าเริ่มแข็งตึง จึงเห็นสมควรตามนั้นหาได้ปฏิเสธไม่
ฉู่สวินหยางกล่าวลาไปทั้งรอยยิ้ม เมื่อแม่นมเหลียงเห็นเข้า จึงรีบเรียกสาวใช้เข้