องเฮายอมลงทุนมากถึงเพียงนี้ดี นางจึงเพียงรอดูฉู่สวินหยางโชคร้ายอย่างไม่สนใจ
แต่กระนั้นแววตาของหลัวอวี่ก่วนที่อยู่ด้านข้างกลับเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
นางเป็นลูกของฮูหยินรองแห่งจวนหลัวกั๋วกง ถึงแม้จะเป็นลูกสาวคนโต แต่อำนาจในจวนกลับตกอยู่ในมือของฮูหยินหลัวทั้งสิ้น เนื่องจากสถานภาพของหลัวฮองเฮาเป็นที่เคารพนับถือ นางจึงได้เห็นของล้ำค่าของจวนกั๋วกงมาไม่น้อย แต่ของขวัญออกเรือนยิ่งใหญ่เยี่ยงนี้นั้น…
มันมากกว่าของขวัญออกเรือนที่มอบให้ฉู่หลิงอวิ้นเมื่อสองเดือนก่อนเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว
ตอนนั้นนางเทียบชั้นฉู่หลิงอวิ้นไม่ได้ แต่ไรมาฉู่สวินหยางก็ใช่ว่าจะเป็นคนโปรดของหลัวฮองเฮา หรือว่าหลัวฮองเฮาสติไม่สมประกอบไปแล้วงั้นรึ?
ฉู่หลิงอวิ้นปรายตามองอากัปกิริยาของหลัวอวี่ก่วนที่เปลี่ยนไป ก็ยิ้มขึ้นอย่างดูถูกจากนั้นเบนสายตากลับ เฝ้าดูการกระทำของฉู่สวินหยางต่อไป
ฉู่สวินหยางลุกขึ้นกล่าวขอบคุณพร้อมกับท่าทางประหลาดใจ พลางพูดว่า “เสด็จย่าทรงเมตตาหลานถึงเพียงนี้ หลานจะรับไว้ได้เยี่ยงไร?”
“หลานข้า อย่าพูดคำพูดห่างเหินพวกนั้นเลย!” หลัวฮองเฮากล่าว
พลางกวักมือ ไฉ่เยว่จึงรับถ้วยชาในมือไปวางเก็บไว้อย่างดี
ฉู่สวินหยางสังเกตสีหน้าและคำพูดของอีกฝ่าย จากนั้นรีบเดินหน้าขึ้นไปช่วย
หลัวฮองเฮาจับมือของนางไว้ แล้วดึงให้นั่งลงข้างกาย พูดแนะนำขึ้นอย่างจริงใจว่า “เจ้าเองก็โตแล้ว อย่าได้คิดมากเลย พ่อเขารักเจ้า เจ้าเองก็หัดเชื่อ