ฟังเสียบ้าง หัดคิดถึงจิตใจเขาหน่อย ช่วยเขาแบ่งเบาภาระถึงจะถูกนะ”
คำพูดของหลัวฮองเฮาอ่อนโยนอ้อมค้อม
ฉู่สวินหยางรู้อยู่แก่ใจดี ถึงแม้ฉู่อี้อันจะส่งข่าวไปที่จวนแล้ว แต่นางก็ต้องแสร้งทำเป็นว่าตนไม่รู้เรื่องอยู่ดี…
จะให้ฮ่องเต้และฮองเฮารู้ไม่ได้ว่าวังบูรพารู้เรื่องทุกสิ่งทุกอย่าง ในขณะที่ฉู่อี้อันถูกคุมขังอยู่ในวัง แต่ข่าวสารนั้น กลับถูกส่งกลับไปอย่างถูกต้องไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อยมาตั้งนานแล้ว
หลัวฮองเฮาเห็นนางทำหน้ามึนงงไม่เข้าใจเรื่องราวตรงหน้า ก็โบกมือขึ้นเล็กน้อย
แม่นมและบรรดาข้ารับใช้ทั้งหลายต่างออกไปจากตรงนั้น ฉู่หลิงอวิ้นเองก็วางถ้วยชาลงอย่างรู้ตัว พลางพูดขึ้นว่า “เห็นว่าเมื่อครู่ในห้องครัวกำลังตุ๋นยาบำรุงให้เสด็จย่าอยู่นี่? เดี๋ยวข้าไปดูให้นะเพคะ ว่าทำเสร็จหรือยัง!”
หลัวอวี่ก่วนคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ใจจริงอยากอยู่ต่อ แต่ขนาดฉู่หลิงอวิ้นยังขอตัวออกไปเองแบบนี้ นางลังเลอยู่สักพัก จึงตามออกไปอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก
ภายในตำหนักว่างเปล่า เหลือเพียงฉู่สวินหยางและหลัวฮองเฮาสองคน
ฉู่สวินหยางหันไปมองรอบด้าน พูดปนหัวเราะขึ้น “เสด็จย่ามีเรื่องจะคุยกับหลานเป็นการส่วนตัวหรือเปล่าเพคะ?”
หลัวฮองเฮาจ้องมองนาง แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม ยกมือขึ้นหวีปลายผมของนาง แล้วพูดขึ้นว่า “เจ้าเองก็โตแล้ว ย่าก็ไม่อยากพูดอ้อมค้อม อีกไม่นานเจ้าก็ถึงเวลาออกเรือนแล้วนะ พ่อของเจ้าเป็นผู้ชาย ไม่รู้