หลัวเองก็กังวลถึงเรื่องนี้ หันมองคนที่อยู่ด้านใน ก็เห็นฉู่สวินหยางนิ่งเงียบไม่พูดคำใด เดิมทีนางอยากจะพูดออกมาแต่ก็เก็บเอาไว้ พูดขึ้นเพียง “เลิกพูดได้แล้ว เรื่องพวกนี้พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลหรอก!”
ชิงเถิงรู้ดีว่าพวกนางช่วยเหลือไม่ได้แม้แต่นิด คิดแล้วก็รู้สึกไร้ความสามารถ เลยหันหน้างอนไปอีกข้าง
รถม้าเดินหน้าไปอย่างราบรื่น เมื่อผ่านไปครึ่งชั่วยามก็มาถึงมาประตูวัง พวกนางได้รับคำอนุญาตจากหลัวฮองเฮา รถม้าจึงขับต่อไปยังวังลิ่วฉง[2]ถึงค่อยหยุดลง
ฉู่สวินหยางลงจากรถม้าจากนั้นขึ้นนั่งบนเกี้ยว
ในขณะนั้นพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้วเช่นกัน บรรยากาศเช้าตรู่ในฤดูหนาว กับพระอาทิตย์วันใหม่ที่ค่อยๆ ขึ้นอยู่ลับขอบฟ้า สีแดงสดใสดงาม แต่หาได้ร้อนแรงจนทำร้ายผู้ใดไม่ รอบข้างมีลมเย็นพัดโชยมา ทำให้มองเห็นเป็นแสงสีรุ้งอยู่รำไร เห็นแล้วจำเริญตาจำเริญใจเป็นอย่างมาก
ฉู่สวินหยางหรี่ตามองดูอยู่ชั่วขณะ จากนั้นโค้งตัวเข้าไปนั่งในเกี้ยว
เวลายังเช้าอยู่ เมื่อหนีอันขุยพาตัวฉู่สวินหยางมาถึงวังโซ่วคัง ขณะนั้นหลัวฮองเฮาก็เพิ่งรับประทานอาหารเช้าเสร็จ กำลังบ้วนปากอยู่ภายใต้การรับใช้ของหลัวอวี่ก่วน
หญิงสาวผู้นั้นกดคิ้วลงต่ำพลางส่งสายตามอง มุมปากมักจะมีรอยยิ้มอ่อนโยนเชื่อฟังอยู่เสมอ ถึงแม้หลังมือของนางถูกพันด้วยผ้าพันแผล แต่นางยังคงคอยรับใช้หลัวฮองเฮาอย่างสุดความสามารถ
ในเวลานี้นางมาอยู่ที่นี่…
ไม่ต้องสงสัยให้มากความ เมื่อผ่านพ้นเรื่