“เป็นความต้องการของทั่วป๋าไหวอัน?” เขาไม่ใช่เป็นพันธมิตรกับฉู่ฉีเหยียนไปแล้วหรอกหรือ? เหตุใจจึงเปลี่ยนใจกะทันหัน ใช้กลยุทธ์ตีเชิงตามไฟ[1]มาทางวังบูรพาแทนเล่า?” ฉู่สวินหยางถาม
ฉู่อี้อันไม่มีทางยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทั่วป๋าไหวอันยึดอำนาจเป็นแน่ หากทั่วป๋าไหวอันจะทำโดยพลการ ก็รั้งแต่ยิ่งทำยิ่งเสียเท่านั้น แม้ประโยชน์เพียงครึ่งหนึ่งก็หาไม่เจอ ถ้าให้ฉู่สวินหยางมองเขา ก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่คิดว่าเขาจะทำเรื่องที่เสียแรงเปล่าเช่นนี้
มุมปากของฉู่ฉีเฟิงรั้งขึ้นเผยรอยยิ้มที่ขมขื่น ค่อยๆ หันศีรษะไปด้านข้างเล็กน้อย ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความโกรธที่อดกลั้นไว้ “ไม่ใช่เขา!”
ฉู่สวินหยางตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ความคิดสว่างวาบเข้ามาในหัว ราวกับเสียงฟ้าร้องที่แยกเมฆขมุกขมัวในท้องฟ้าออกจากกัน ในช่วงเวลาอันสั้นก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
นางเข้าใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน พริบตาเดียวจากที่โกรธก็แค่นยิ้ม “เป็นความต้องการของฝ่าบาท?’
“พระราชโองการยังไม่ออกมา ทว่าเขากลับพูดคุยกับท่านพ่อไปแล้ว” ฉู่ฉีเฟิงกล่าว แววตาทั้งสับสนทั้งยังถอนใจอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร “ท่านพ่อนั้นยังไม่ได้ตอบกลับไป แต่ว่าพระประสงค์ของฝ่าบาทนั้นชัดเจน แต่งงานเพื่อผูกสัมพันธ์เป็นเรื่องหลอก เขาเพียงต้องการใช้ฐานะเจ้าไปแทรกแซงโม่เป่ยชั่วคราว คอยดูผลที่จะเกิดอย่างเงียบๆ”
หากพูดถึงฐานะ ก่อนหน้านี้ฉู่หลิงอวิ้นและนางนั้นต่างก็มีสูสีกัน ทว่าตอนนี้ฉู่หลิงอวิ้นไม่ไ