ด้เป็นสาวบริสุทธิ์อีกแล้ว ทั้งยังเคยแต่งเข้าไปถึงสองบ้าน จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้อย่างปีนั้นแล้ว
ฉู่ฉีเหยียนต้องการลากทั่วป๋าไหวอันมาเป็นพันธมิตรด้วย ทั้งสองคนต่างก็ได้ผลประโยชน์ทั้งคู่
แต่กลับยืมมือวังบูรพา…
ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าความหมายต่างกันแล้ว
หากฮ่องเต้พูดเพียงว่า แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ แต่ฉู่อี้อันไม่ยอมตอบรับก็ยังพอไปได้ นางไม่ต้องการให้ตาเฒ่าตัดสินใจโดยไม่นึกถึงอะไรก็โยนนางลงหลุมสุดท้าย ใช้เรื่องของแคว้นมาบีบบังคับ
พูดตามตรง ฉู่สวินหยางเองก็เป็นเพียงหินที่ใช้โยนถามทางเท่านั้น
ด้วยความเป็นพ่อ ฉู่อี้อันสามารถยืนหยัดปฏิเสธไม่ให้ลูกสาวสุดที่รักแต่งออกไปไกลบ้านได้ แต่ด้วยความเป็นองค์รัชทายาทของแคว้นแล้วนั้น…
การเสียสละเช่นนี้ แม้แต่หนทางปฏิเสธก็ยังไม่มี!
“ก่อนหน้านี้ เขาอาจจะไม่เคยฉีกหน้าท่านพ่ออย่างเปิดเผยเช่นนี้ แต่ว่าครั้งนี้ เป็นเพราะว่าถูกเรื่องของทั่วป๋าไหวอันเร่งรัด!” ฉู่สวินหยางค่อยๆปิดเปลือกตาลง หัวเราะอย่างเย็นเยียบ
พบเจอกับเรื่องเช่นนี้ ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องรู้สึกลำบากใจ
“สวินหยาง…” ฉู่ฉีเฟิงปรากฏใบหน้ากังวลใจลูบปลอบหลังมือนาง ก่อนจะเผยรอยยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวลใจไป ท่านพ่อหาทางไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้สำเร็จผลอย่างแน่นอน”
ฉู่สวินหยางตอบกลับเขาด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่มาจากใจ “ข้าเชื่อท่านพ่อ อย่าพูดเลยว่าท่านพ่อไม่ตอบรับ ต่อให้เขาพูดตอบรั