บ ข้าก็จะอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหน!”
หากเปลี่ยนเป็นชาติก่อนนั้น ถ้าฮ่องเต้ทำเช่นนี้นางก็คงจะรู้สึกทุกข์ใจอยู่บ้าง แต่หากเป็นตอนนี้ แค่ฟังทะลุหูไปก็พอแล้ว!
ไม่ใช่ญาติพี่น้อง กระทั่งยังมอบนางให้กับศัตรูแคว้นเก่า ไม่ว่าฮ่องเต้จะทำอย่างไรกับนาง นางก็แค่เล่นละครตบตาไปเท่านั้น
เจอปัญหาอะไรก็แค่หาวิธีแก้ไข!
ฉู่ฉีเฟิงเดิมทีกลัวว่านางจะเสียใจที่ถูกใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ดังนั้นจึงร้อนใจมาปลอบขวัญ เวลานี้ท่าทีของนางราวกับไม่สะทกสะท้านอะไร จึงรู้สึกโล่งอก ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความสงสัย
ฉู่สวินหยางไม่รั้งรอกล่าวต่อทันที “เกิดในราชวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ข้าล้วนเข้าใจ ท่านพี่อย่ากังวลแทนข้าเลย”
“เด็กโง่!” ฉู่ฉีเฟิงลุกขึ้นเดิน แย้มยิ้มเล็กน้อย รวบหลังนาง ก่อนจะกดหน้านางลงกับอกของเขากอดเอาไว้
ฉู่สวินหยางอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างเงียบๆ ถึงแม้ด้านนอกฟ้าจะพลิกแผ่นดินจะถล่ม นางก็สามารถเพิกเฉยไม่สนใจใดๆได้
ฉู่ฉีเฟิงก็ไม่ได้กอดจนนานเกินไป เขาพูดปลอบนางอีกสองประโยค เมื่อแน่ใจแล้วว่านางไม่ได้คิดอะไรก็ปลีกตัวออกไป
เจี่ยงลิ่วที่รออยู่ภายนอกเรือน รีบร้อนยืดตัวตรงกล่าวขึ้นมา “ท่านชาย พวกเราจะไปเข้าวังใช่หรือไม่?”
“ไม่ไป!” ฉู่ฉีเฟิงกล่าว เดินด้วยท่าทีที่จริงจังออกไปยังด้านนอก ใบหน้านั้นเผยท่าทีไม่สง่างามอย่างเช่นเคย ราวกับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็งที่เย็นเยียบ “เตรียมม้า ข้าจะไปเยี่ยมเยือนซื่อจื่อซูเสียหน่อ