มา เวลานี้ขนตาที่ยาวหนาคลุมปิดลงเห็นเป็นเงา บังแววตาจนเห็นไม่ชัด
หลังจากที่ฮ่องเต้ได้ระบายอารมณ์กับเขาแล้ว เขาจึงคุกเข่าลงไปข้างหนึ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและไร้อารมณ์เช่นเดิม “กระหม่อมทำเรื่องไม่สำเร็จ ยินดีรับโทษ ขอฝ่าบาทโปรดลงมือ! ”
ฮ่องเต้จ้องแววตาดุดันไปทางเขา ชั่วครู่จึงเค้นหัวเราะออกมา
คนชุดดำนั้นไม่รั้งรอให้เขาได้พูด ก็พลิกมือใต้แขนเสื้อคว้ากริชที่บางราวกับปีกจักจั่น เฉือนคมเข้าไปในเนื้อจนถึงกระดูก เสียบไปยังใต้ซี่โครง
ในอากาศค่อยๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ฮ่องเต้เมื่อได้กลิ่น ดวงตามืดดำขุ่นมัวนั้นก็ประกายแสงวาบขึ้นทันที
ในตำหนักเงียบงันที่มีคนสามคน สิ่งเดียวที่รู้สึกได้ก็มีเพียงเสียงลมหายใจครืดคราดภายใต้ความโกรธของฮ่องเต้
เพียงแต่ตั้งแต่เริ่มจนจบ คนชุดดำนั้นกลับไม่ส่งเสียงครวญครางแม้แต่น้อย ราวกับกริชเล่มเมื่อครู่นั้นแทงลงบนซากไม้ ไม่ใช่บนเลือดเนื้อของเขา
ฮ่องเต้ไม่เอ่ยคำใดออกมา เขาจึงคุกเข่านั่งอยู่อย่างนั้นประมาณครึ่งถ้วยชา[2]จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนจนแผลเปิด ค่อยๆก้าวทีละก้าวอย่างหนักแน่นออกไป เหลือให้เห็นเพียงเงาทอดยาวและเสียงก้าวเดินที่มั่นคง
เมื่อเวลาผ่านไป ด้านหลังจึงค่อยได้ยินหลี่ลุ่ยเสียงที่กล่าวรายงานกับฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฝ่าบาท เรื่องที่เกิดขึ้นย่อมมีเหตุผล แท้จริงแล้วเรื่องเช่นนี้ก็ไม่อาจโทษเพียง…”
คนชุดดำนั้นเดินก้าวเท้าไปไม่หยุด ผลักประตู