งเต้เพียงทำอย่างนั้นสักพักก็กลับมานั่งตัวตรงเช่นเดิม เผยใบหน้าเยือกเย็นและเรียบนิ่ง
เวลานี้ผ้าม่านด้านข้างในห้องที่ไม่มีลมกลับขยับขึ้น เงาร่างสูงเพียวกระโดดพลิ้วลงมาจากเพดาน ยืนก้มหัวอยู่ด้านข้างเขา
“ฝ่าบาท!” น้ำเสียงหนักแน่นและทุ้มลึก ไม่ขึ้นไม่ลงแทบฟังไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ใด
ม่านตาของฮ่องเต้หรี่ลง กล้ามเนื้อแก้มที่หย่อนนั้นสั่นสะท้านไม่หยุด
เวลาต่อมา ก็ใช้กำลังที่เหลืออยู่โบกมืออย่างแรงๆ
ฮ่องเต้อย่างไรก็ถือเป็นขุนพลที่มีความชำนาญในการรบคนหนึ่ง ถึงแม้การใช้ชีวิตที่มีเกียรติและอำนาจหลายสิบปีมานี้จะทำให้ไม่มีแรงหาญกล้าดั่งปีนั้นแล้ว ทว่าความโกรธที่อัดแน่นภายในกำมือนี้กลับมิอาจประมาทได้
ชุดคลุมสีดำดูองอาจ กายยืดตรงมั่น บัดนี้ศีรษะถูกบีบจนเอียงไปด้านข้าง ข้างแก้มปรากฏรอยนิ้วสี่รอยสีแดงชาด โลหิตไหลออกที่มุมปาก ล่วงลงบนหลังมือที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของฮ่องเต้
ฮ่องเต้ใช้สายตาเย็นชาจ้องไปที่เลือดสีแดงบนมือ ในดวงตาก็แดงกล้ำอย่างบ้าคลั่ง เมื่อคลื่นความโกรธผ่านไป ก็สบถออกมาทันที “เจ้าคนไร้ประโยชน์!”
น้ำเสียงแหบแห้ง เนื่องจากความโมโหอย่างรุนแรงจึงปะทุออกมาเต็มกำลัง ราวกับเม็ดทรายหยาบที่บดขยี้ในใจคน จนองค์รักษ์ด้านนอกที่ได้ยินต่างก็พากันขนลุก
คนชุดดำนั้นเบ้หน้า ช่วงเวลาที่เปลี่ยนผลัดระหว่างกลางวันและกลางคืน ในตำหนักใหญ่นี้มีเพียงแสงสลัว ใบหน้าของเขายังคงไร้ความรู้สึกเช่นเคย ไม่เผยอาการใดๆออก