เหยียนหลิงจวินนิ่งไปพักใหญ่ ท่าทางนั้นเรียบเย็นทั้งแฝงท่าทีสบายๆอยู่ตลอดเวลา เอนกายลงบนตั่งมองไปยังแผ่นฟ้าด้านนอกที่ค่อยๆ แยกออกจากกัน
“เรื่องน่าสนใจขึ้นมาแล้ว หากตั้งแต่เริ่มจนจบล้วนเป็นข้าที่คาดการณ์ผิดก็แล้วไป แต่ถ้าทั้งหมดนี้อยู่เหนือการควบคุมของตาเฒ่า…ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องดี!”
หากมองตอนนี้ ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นฝีมือของผู้ใด ก็ยังไม่ถือเป็นอันตรายต่อพวกเขา
แต่ว่าเบื้องหลังของผู้ที่ควบคุมนี้คงจะไม่ธรรมดา ภายใต้สถานการณ์ที่แยกไม่ออกว่ามิตรหรือศัตรูนั้น ไม่ควรจะเพิกเฉย
ยิ่งไปกว่านั้น…
ฉู่สวินหยางและฉู่อี้อันสองพ่อลูกมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน อำนาจนั้นสำหรับตัวเขาแล้วล้วนไม่มีคุณและโทษ เพียงแต่สอดมือเข้ามาเกี่ยวขนาดนี้แล้ว…
ในอนาคตการแย่งชิงอำนาจ ก็ต้องมีวังบูรพาเป็นคู่แข่งอย่างแน่นอน!
คนแบบนี้…
สามารถนับได้ว่าเป็นศัตรูในอนาคต!
คิดมาถึงขนาดนี้ เหยียนหลิงจวินก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไร
ซูอี้เหมือนกับจะคิดอะไรออก เมื่อเป็นแบบนี้จึงลุกขึ้นจัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ “ในเมื่อเจ้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการ ถ้าอย่างนั้นข้าต้องขอตัวก่อน หากมีเรื่องอะไร ก็ให้คนไปส่งข่าวให้ข้าที่หอเชียนจีแล้วกัน”
“อืม” เหยียนหลิงพยักหน้ารับ ทอดสายตามองเขาจากไป คล้อยหลังแววตาจึงค่อยๆเรียบนิ่งลง
เรื่องที่ต้องจัดการของเขาตอนนี้ก็คืออธิบายเรื่องของซูอี้ให้ฉู่สวินหยางได้เข้าใจ เพียงแต่ดูจากท่าทางของเด็กคนนั้น จะหาโ